“สมศักดิ์” สั่งยึดทรัพย์เพิ่ม “ตู้ห่าว” 3 พันล้าน…เล็งเปิดแจ้งเบาะแสผ่านบล็อกเชน รับเงินรางวัลเป็นคริปโท
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งลุยยึดทรัพย์นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ “ตู้ห่าว” เพิ่มเติมรวมมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์แถลงข่าวยึดอายัดทรัพย์คดีตู้ห่าวเพิ่มเติม โดยมี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ในฐานะผู้แจ้งเบาะแสร่วมการแถลงข่าวด้วย
นายสมศักดิ์กล่าวว่า จากการติดตามข้อมูลที่นายชูวิทย์นำมามอบให้ ชุดพาลีปราบยาจึงเข้าตรวจยึดอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม เป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง บริษัท ดีวาลักซ์ รีสอร์ทแอนด์สปา จำกัด ซึ่งมีชื่อของนายตู้ห่าวเป็นผู้ถือหุ้น เปิดเป็นรีสอร์ต ตั้งอยู่ที่บางเสาธง จ.สมุทรปราการ แบ่งเป็นโฉนดที่ดิน 5 แปลง รวมประมาณ 39 ไร่ และอาคาร 9 ตึก 375 ห้อง แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหรา และยังอายัดรถยนต์หรู 9 คัน อาทิ เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที โตโยต้า อัลพาร์ด รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้น 3,020 ล้านบาท ในส่วนนี้เป็นคนละส่วนกับที่ทาง ป.ป.ส.ยึดทรัพย์สินมูลค่า 1,131 ล้านบาท เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา
นายสมศักดิ์กล่าวว่า อยากให้ประชาชนที่รู้เบาะแสแจ้งข้อมูลเพื่อรับรางวัล 5% ไม่ต้องกังวลเพราะเรามีชุดคุ้มครองพยานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่หากยังกังวลก็ขอให้รออีกนิด เพราะเราจัดทำระบบการแจ้งเบาะแสในระบบออนไลน์ ผ่านระบบ “บล็อกเชน” (block chain) ที่จะรับเงินรางวัลผ่านคริปโท ช่วยปกปิดตัวตนให้ผู้แจ้งปลอดภัย ขณะนี้กำลังให้ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ศึกษาและจัดทำระบบ คาดว่าจะเสร็จในเดือนมกราคม 2566
ด้านนายชูวิทย์กล่าวว่า ยืนยันว่าส่วนแบ่ง 5% ในการแจ้งเบาะแสเครือข่ายยาเสพติด ขอไม่นำไปใช้แต่จะมอบให้โรงพยาบาลทั้งหมด ส่วนกรณีที่ตำรวจยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาตู้ห่าวฐานฟอกเงิน ทำให้ตนต้องนำข้อมูลหลักฐานไปยื่นให้อัยการสูงสุดพิจารณา และในอนาคต อาจรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้ดีเอสไอพิจารณารับกรณีนี้เป็นคดีพิเศษต่อไป ยอมรับว่าตอนนี้เริ่มไม่เชื่อการทำงานของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายชูวิทย์เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด (อสส.) ขอรับคดีตู้ห่าวสมคบค้ายาเสพติด เป็นคดีนอกราชอาณาจักร เพื่อให้ อสส.เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ทำสำนวนคดีแทนพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา เจ้าของท้องที่เกิดเหตุบุกจับผับจินหลิง

นายชูวิทย์กล่าวว่า ตู้ห่าวโดนคดียาเสพติด 3 ข้อหา แต่ไม่ถูกตั้งข้อหาฟอกเงิน ที่จะสามารถยึดทรัพย์ได้ เหตุที่มาร้องให้ อสส.รับเป็นคดีนอกราชอาณาจักร เนื่องจากคดีนี้มีการนำยาเสพติดเข้ามาจากต่างประเทศ มีซองประทับอักษรจีน จึงต้องถือว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร และเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้อัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน หรือมอบหมายให้อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนเข้าร่วมควบคุมคดีให้สำนวนมีความรัดกุมมากขึ้น ไม่ใช่ให้ตำรวจ สน.ยานนาวา หรือตำรวจนครบาล รวมทั้ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบทำสำนวน ไม่งั้นอาจเหมือนคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงนายชูวิทย์เริ่มไม่ไว้การทำงานตำรวจว่า อาจเป็นเพราะนายชูวิทย์เข้าใจว่า สน.ยานนาวา ทำคดี สน.เดียว แต่คดีนี้เป็นคดีใหญ่ และ ผบ.ตร.แต่งตั้งเป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีทั้งตนและ ผบช.น.ระดมพนักงานสอบสวนฝีมือดีจากทั่วประเทศ รวมถึงมีอธิบดีอัยการคดียาเสพติด ป.ป.ส.และ ปปง.มาร่วมทำงานด้วย จึงขอให้นายชูวิทย์มั่นใจว่าตำรวจทำคดีนี้อย่างรอบคอบรัดกุม ขออย่ากังวลใจ ส่วนคดีมูลฐานฟอกเงินที่นายชูวิทย์เป็นห่วงนั้น ต้องดำเนินคดีข้อหานี้อยู่แล้ว แต่มีกระบวนการ โดยเฉพาะการยึดทรัพย์ ตำรวจต้องทำบัญชีส่ง ป.ป.ส.และ ปปง. จากนั้นต้องนำเข้าคณะกรรมการธุรกรรมในการยึดอายัดทรัพย์ก่อนจะเข้าสู่การดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินได้

