รวบแก๊งไนจีเรียตุ๋นสาวอีสานโอนเงินเพื่อมาแต่งงานในไทย หลอกเหยื่อสูญกว่า50ล้าน

24.11.16 | 16:10 น.

วันที่ 24 พฤศจิกายน เมื่อเวลา 11.40 น. ที่ บก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รรท.ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม 1.นายออควูตัวร์ โอดิออน ปีเตอร์ อายุ 29 ปี 2.นายเจรามี แซทเทอเดย์ ดีออน อายุ 27 ปี ซึ่งทั้งคู่เป็นชาวไนจีเรีย 3.น.ส.เจรติ สายสิน อายุ 30 ปี ภรรยาของนายเจเรมี 4.น.ส.เกศรา มากศรี อายุ 34 ปี ภรรยาของนายปีเตอร์ และ 5.น.ส.ณัฐชา ทองใบ อายุ 30 ปี มีสามีเป็นชาวไนจีเรียตอนนี้ยังอยู่ในประเทศไนจีเรีย ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ซึ่งมีรูปแบบหลอกเหยื่อทาง “Facebook-Viber-Telephone” มีชาวต่างชาติทำทีมาคุยตีสนิทจีบผ่านเครือข่ายออนไลน์ ออกอุบายลวงจะขอแต่งงานด้วย พร้อมส่งทรัพย์สินมีค่า เงินดอลลาร์มาจากต่างประเทศแต่ติดอยู่ที่ศุลกากร และยังมีขบวนการหน้าม้าชาวไทยโทรศัพท์ไปหาเหยื่อ หลอกให้โอนเงินผ่านธนาคารเป็นค่าขนส่งสินค้า มีเหยื่อโดนไปหลายราย ได้เงินไม่น้อยกว่า 20-50 ล้านบาท พร้อมของกลางเป็น 1.สมุดบัญชีและบัตรกดเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (ATM) จำนวนกว่า 20 รายการ 2.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 15 เครื่อง 3.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง และทรัพย์สินอื่นๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 50 รายการ


พล.ต.ต.ยรรยงเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4 ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายรายหนึ่งอายุประมาณ 42 ปี ราษฎรใน จ.บึงกาฬ และเป็น 1 ในจำนวน 20-30 รายที่อยู่ในภาคอีสานและภาคอื่นๆ ในประเทศไทย ว่า มีชาวไนจีเรียร่วมกับภรรยาชาวไทยได้ปลอมเฟซบุ๊กเป็นชาวต่างชาติผิวขาว ซึ่งมีฐานะทางสังคม มีอาชีพการงานดี เป็นหมอ วิศวะ นักธุรกิจ มาคุยกับผู้เสียหายจนเกิดความรักและเชื่อใจ จากนั้นจึงได้ออกอุบายว่าจะเดินทางมาหาที่ประเทศไทยและจะส่งสิ่งของมีค่าต่างๆ เช่น เครื่องเพชร เงินสดสกุลดอลลาร์ หลอกผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อได้มีคลิปผู้ต้องหาในแก๊งนี้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดส่งพัสดุนั้น จนผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินให้เป็นค่าดำเนินการจำนวนหลายรายการ รวมเป็นเงินแต่ละรายไม่น้อยกว่ารายละ 500,000 บาท และยังอยู่ในระหว่างรอการแจ้งเรื่องดังกล่าวจากผู้เสียหายอีกไม่น้อยกว่า 20-30 ราย โดยประมาณการความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 50 ล้านบาท

201611241404285-20090317131953

พล.ต.ต.จตุพลกล่าวว่า แถลงการณ์จับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจับผู้ต้องหาทั้งหมดได้ในขณะที่กำลังวางแผนหลอกเหยื่อทางเฟซบุ๊กรายอื่นๆ ที่เขียนเป็นบัญชีหางว่าวมากกว่า 50 ราย ในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เมื่อตำรวจเข้าไปถึงผู้ต้องหาได้ฉีกบัญชีรายชื่อเหยื่อลงโถส้วม ตำรวจจึงได้รายชื่อเหยื่อมาส่วนหนึ่ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 5 คนไปส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ พร้อมรายงานการสืบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

“เหยื่อถูกหลอกลวงเนื่องจากหลงเชื่อในรักแท้ แพ้คารมฝรั่งรูปหล่อ แต่ที่แท้จริงเป็นคนผิวสี ที่เลือกเหยื่อมีฐานะ แม่ม่าย สาวสูงอายุ คาดหวังในความรักสูง เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแบ่งงานกันทำ มีทีมหลอกลวงระดับสั่งการ คุยหลอกปกปิดตัวตนที่แท้จริง มีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ตอนนี้ใช้มาเลเซียเป็นที่ตั้ง ยากแก่การจับกุมเพราะอยู่นอกราชอาณาจักรไทย กฎหมายความผิดฐานฉ้อโกง ยอมความได้ อายุความร้องทุกข์ 3 เดือน คนถูกหลอกมีหน้าตาในสังคม ไม่กล้าแจ้งความ เมื่อคิดว่าจะแจ้งก็ขาดอายุความแล้ว จับคนร้ายได้ ชดใช้ค่าเสียหายก็ยอมความกัน คดีอาญาจึงสิ้นสุดลงตามกฎหมาย ดังนั้นก่อนโอนเงินให้คนที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน ไม่ว่าจะช่องทางไหน อย่าด่วนตัดสินใจ ไม่อย่างนั้นอาจเสียใจที่สูญเงินไปตลอดชีวิต” พล.ต.ต.จตุพลกล่าว