เครือข่ายสตรีเปิดผลสำรวจชายไทย ใช้ความรุนแรง-เกินครึ่งมีกิ๊ก-มีทัศนคติชายเป็นใหญ่

24.11.16 | 16:14 น.

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว เครือข่ายผู้ชายลดละเลิกเหล้าหยุดความรุนแรง กว่า 30 คน นำโดยนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เนื่องในวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กในวันที่ 25 พฤศจิกายน

นายจะเด็จกล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กในปัจจุบันไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง เนื่องจากทัศนคติความคิดแบบชายเป็นใหญ่ยังดำเนินอยู่ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นปัจจัยร่วมสำคัญ เนื่องในเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงฯ ทางมูลนิธิจึงได้สำรวจปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ระหว่างวันที่ 15-30 ตุลาคมที่ผ่านมา สำรวจกลุ่มผู้ชายจำนวน 1,617 ตัวอย่าง อายุระหว่าง 20–35 ปี ในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑลและต่างจังหวัด พบว่า สิ่งที่ผู้ชายเลือกทำเมื่อเกิดอารมณ์โมโห ร้อยละ 57.3 ทำลายข้าวของในบ้าน, ร้อยละ 68.9 ออกไปดื่มเหล้านอกบ้าน ที่น่าห่วงตามมาคือ ร้อยละ 44.8 เมื่อดื่มเหล้าจนเมาจะทำร้ายภรรยาหรือแฟน ส่วนร้อยละ 42.4 บังคับให้มีเพศสัมพันธ์

นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 71.7 ยอมรับว่าแอบมีกิ๊ก คบกับผู้หญิงหลายคนเผื่อเลือก ทั้งที่บางคนมีครอบครัวมีแฟนแล้ว

ขณะที่ผู้ชายกลุ่มตัวอย่าง 1 ใน 3 ยังมองผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ว่าต้องเป็นสมบัติของสามีต้องดูแลงานบ้าน ดูแลลูก การคุมกำเนิดต้องเป็นหน้าที่ฝ่ายหญิง

ขณะที่ผู้ชาย 1ใน 4 เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่าผู้ชายไม่เจ้าชู้เหมือนงูไม่มีพิษ, ผู้ชายตัวจริงต้องกินเหล้า, หากมีโอกาสแล้วไม่ล่วงเกินผู้หญิงถือว่าไม่ฉลาด

Advertisement

ทั้งนี้ มูลนิธิจึงมีข้อเสนอเพื่อให้พม.พิจารณา ดังนี้ 1.ขอให้มีกิจกรรมรณรงค์กับผู้ชาย เพื่อปรับทัศนคติเรื่องความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ ไม่ใช้ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี คนในครอบครัว สร้างผู้ชายต้นแบบที่สามารถช่วยงานบ้าน ไม่มองเป็นหน้าที่ของผู้หญิงเพียงอย่างเดียว

2.ประชาสัมพันธ์ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (โอเอสซีซี) โทร.1300 ของ พม.อย่างต่อเนื่อง 3.ขอให้ พม.มีนโยบายให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทำงานกับภาคประชาสังคมมากขึ้น ในการรณรงค์ ลด ละ เลิกเหล้า และอบายมุขทุกชนิดซึ่งเป็นปัจจัยร่วมในความรุนแรงที่เกิดขึ้น และทำกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง เด็ก และคนในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง 4.ขอให้ พม.เชื่อมโยงการทำงานกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เพื่อพัฒนาหลักสูตร เรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศและการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง

“ทุกวันนี้กลไกการเยียวยามีเยอะแล้ว แต่กลไกการเปลี่ยนความคิดยังไม่ค่อยมี ปัญหาจึงยังดำเนินอยู่ เราจึงมารณรงค์และกระตุ้น อย่างเรื่องหลักสูตรความเท่าเทียมะหว่างเพศ ที่ศธ.กำลังทำ ก็อยากเร่งให้เสร็จเร็วๆ รวมถึงการจัดระเบียบละครในโทรทัศน์ ที่ยังมีฉากข่มขืน ฉากกระทำความรุนแรงตอกย้ำวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ซึ่งครั้งหนึ่งเราเคยยื่นหนังสือให้ กสทช.จัดการ ก็อยากกระตุ้นให้เอาจริงเอาจังดังกล่าว อย่างไรก็ดี เพราะเราเชื่อว่าผู้ชายทุกคนไม่ได้เลว เขาสามารถเปลี่ยนความคิดได้ ขอเพียงได้เริ่มต้น ไม่ว่าจะเลิกดื่มสุรา ตลอดจนปรับความคิด” นายจะเด็จกล่าว

ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในแผนงานที่พม.เน้น อย่างเรื่องศูนย์ช่วยเหลือสังคม (โอเอสซีซี) 1300 ที่ผ่านมาได้พัฒนา เช่น เพิ่มคู่สาย เพิ่มประสิทธิภาพการโทรแจ้งและเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ ทำให้มียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ในส่วน พมจ.ตนจะมอบหมายปลัดพม.ไปขับเคลื่อนสร้างความตระหนักเรื่องการยุติความรุนแรงและความเท่าเทียมระหว่างเพศกับชุมชนท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การใช้ความรุนแรงไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา แต่จะเป็นการเพิ่มปัญหาและที่สุดก็กระทบสังคม ส่วนตัวยังเชื่อว่าหากสถาบันครอบครัวมีความอบอุ่นร่มเย็น จะส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวมีพัฒนาการทางสติปัญญาและพัฒนาการทางอารมณ์ดีตาม ฉะนั้นอยากให้ผู้ชายและผู้หญิงให้ความสำคัญดังกล่าว

S__4472939

S__4472940