รองโจ๊ก ไม่โกรธ ‘เฮียชูวิทย์’ ชี้คดีนี้ใช้ความรู้สึกมิได้ ลั่น ถ้ายังคุมอยู่ ตร.ไม่กล้านอกแถว

12.12.22 | 18:15 น.

รองโจ๊ก ไม่โกรธ ‘เฮียชูวิทย์’ ชี้คดีนี้ใช้ความรู้สึกมิได้ ลั่น ถ้ายังคุมอยู่ ตร.ไม่กล้านอกแถว

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยภายหลังเข้ารายงานความคืบหน้าการดำเนินกับกลุ่มทุนจีนสีเทา ที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย กับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กว่า 3 ชั่วโมงว่าคดีมีความคืบหน้าไปมาก ใกล้ที่จะสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการได้ ในบางคดียังรอหลักฐานเส้นทางการเงินจากธนาคารเพื่อนำมาพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหากับนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว ฐานฟอกเงินได้อย่างแน่นอน ส่วนคดีความผิดนอกราชอาณาจักรนั้น ยังไม่ปรากฏหลักฐานเนื่องจากจะต้องมีการทำความผิดทั้งในและต่างประเทศชัดเจน โดยเฉพาะการโอนเงินไปยังบุคคลอื่นในต่างประเทศขณะนี้ตำรวจยังไม่พบ แต่หากพบมีความผิดก็จะดำเนินคดีเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงคดียาเสพติดที่กลุ่มนี้เรียกว่า “แฮปปี้วอเตอร์” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า พบว่าเป็นยาเสพติดที่ผสมกันขึ้นมาเองอย่างง่ายๆ ในประเทศโดยที่ไม่ได้นำเข้าจึงยังถือว่าเป็นความในราชอาณาจักรเท่านั้น ส่วนนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง มีหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี และเป็นประโยชน์ สามารถนำมามอบให้พิจารณา เพราะที่ผ่านมาก็เคยนำข้อมูลนายชูวิทย์มาสืบสวน เช่น การจัดตั้งมูลนิธิของกลุ่มคนจีนที่ใช้เป็นหลักฐานในการขอต่อวีซ่าอยู่ในไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้าที่นายชูวิทย์ออกมาระบุว่าไม่มั่นใจการทำงานของตนนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ไม่น้อยใจ ไม่โกรธใครทั้งสิ้น จะไม่ขัดแย้งกับใคร แต่เอาทุกความเห็นเข้ามาทำงาน หรือในโซเชียลมีประเด็น ถ้าใช่ก็จะเอามาทำงาน เพราะคดีนี้ไม่สามารถทำได้ด้วยความรู้สึก แต่จะต้องทำไปตามพยานหลักฐานที่สืบสวน

เมื่อถามอีกว่า นายชูวิทย์บอกว่าตำรวจแจ้งข้อกล่าวหากับพนักงานรักษาความปลอดภัยจินหลิงผับว่าเป็นผู้ดูแลสถานที่นั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวยอมรับว่ามีการตั้งข้อหาจริง แต่ในรายละเอียดจะต้องไปสอบถามกับ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เนื่องจากเป็นผู้เข้าไปจับกุมวันเกิดเหตุ เพราะจะมีข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสถานที่มากกว่า แต่ตนเพิ่งเข้ามารับหน้าที่กำกับการสืบสวนหลังจากจับกุมเสร็จสิ้นแล้ว

Advertisement

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การสอบสวนหัวหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง 27 แห่งนั้นเรียกมาสอบสวนไปแล้วกว่า 2 สัปดาห์บางนายร้องไห้ขณะถูกสอบสวน เพราะจำนนต่อหลักฐานที่พบการให้อนุญาตอยู่ในไทย แต่หลังจากนี้เชื่อว่าจะมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เกี่ยวข้องมากกว่า 27 นาย เพราะผู้ที่มีลายเซ็นเกี่ยวข้องก็จะถูกดำเนินคดีทั้งหมด รวมไปถึงนายพลที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ที่พบข้อมูลก่อนหน้านี้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเรียกมาสอบสวนทั้งหมดไม่มีละเว้น

“ขณะนี้ยังมีการตรวจค้นทรัพย์สินของนายตู้ห่าวอยู่อย่างต่อเนื่อง ฝากถึงประชาชนและนายชูวิทย์ ทุกคอมเมนต์ ในคดีนี้เราทำมามากแล้ว สิ่งที่เห็นชัดเจนแล้วคือตู้ห่าวอยู่ในเรือนจำ ไม่ได้ประกันตัว เพราะฉะนั้นในคดีนี้เราจับผู้ต้องหาคนจีนไปประมาณ 100 กว่า ก็ยังอยู่ในห้องกักของ ตม. ส่วนประเด็นปลีกย่อยกราบเรียนว่าไม่ต้องกังวล วันนี้ไม่มีตำรวจคนไหน ไม่มีพนักงานสอบสวนคนไหนกล้านอกแถว ถ้าตนกำกับดูแล” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว