ผลตรวจ น้องธันวา ไม่พบเชื้อเฮอร์ปีส์ไวรัส แต่อาการยังน่าห่วง
จากกรณี น้องธันวา เพศเมีย ลูกช้างน้อยวัย 2 เดือน ที่ถูกโขลงทิ้ง และมีอาการป่วย ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับทีมสัตวแพทย์ ได้นำลูกช้างเชือกนี้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ออกจากป่าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี เพื่อนำมารักษาตัว และติดตามอาการอย่างใกล้ชิดนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม นายอนันต์ ศรีผุดผ่อง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก พร้อมด้วย สพญ.กนกวรรณ ตรุยานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สอป.สบอ.3 (บ้านโป่ง) สพญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก และ นสพ.อนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) รายงานการดูแลรักษา ช่วยเหลือลูกช้างป่าพลัดหลงมีอาการป่วยและบาดเจ็บของน้องธันวาว่า

1.มีอาการอ่อนเพลีย ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง ไม่มีแรงลุกนั่ง ยืน ต้องให้เจ้าหน้าที่พยุงตัวช่วย
2.ทำการให้สารน้ำเข้าทางหลอดเลือดดำและใต้ผิวหนัง
3.ทำการปรับเปลี่ยนสูตรการให้นม โดยให้กินน้ำต้มข้าวร่วมด้วย ปรับลดมื้อของการให้นมลง (รอดูผลการปรับเปลี่ยน)
4.ทำการให้ยาฆ่าเชื้อแบบกิน
5.ทำการให้วิตามินแบบกิน
6.ทำการให้ยาลดกรดในระบบทางเดินอาหารเข้าทางหลอดเลือดดำ
7.ลูกช้างป่าธันวามีอาการหอบหายใจในบางครั้ง ทำการให้ออกซิเจนทุกครั้งที่มีการหอบหายใจ
8.ทำการตรวจเช็กระดับกลูโคสในกระแสเลือดทุก 3 ชั่วโมง
9.ทำการเจาะเก็บเลือดเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม
10.ผลการตรวจเชื้อเฮอร์ปีส์ไวรัสในช้างชนิด EEHV ไม่พบเชื้อ
(ห้องปฏิบัติการ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน)
11.สพญ.ลาดทองแท้ มีพันธุ์ สัตวแพทย์จากมูลนิธิพระคชบาล เข้าร่วมประเมินอาการและร่วมวางแนวทางการรักษาเพิ่มเติมกับทีมสัตวแพทย์
ทีมสัตวแพทย์สรุปว่า ลูกช้างป่า (ธันวา) มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร ในเรื่องของการดูดซึมของนมที่ให้ การเจริญเติบโตของแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร ทีมสัตวแพทย์จึงปรับสูตรการให้นมใหม่ โดยให้น้ำต้มข้าวเพิ่มเติมทดแทน และตัดมื้อนมให้ลดลงเพื่อลดการถ่ายเหลว ซึ่งทำให้สัตว์สูญเสียอิเล็กโทรไลต์ มีผลอย่างมากต่อร่างกาย

ทั้งนี้ ในการรักษาของทีมสัตวแพทย์ ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการปรึกษาถึงอาการและแนวทางการดูแลรักษาเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแล/รักษาจากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านช้าง (หน่วยงานภายนอกและภาคเอกชน) ได้แก่
1.คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
2.สถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปถัมภ์
3.มูลนิธิพระคชบาล
4.โรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน พัทยา
อย่างไรก็ตาม ทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ยังคงต้องดูแลลูกช้างป่า (ธันวา) อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง


