“ธรณ์” ไม่เชื่อ ฉลามกัดวาฬบรูด้าตาย ผลชันสูตรชี้กระดูกหักจากแรงกระแทกและมีอาการป่วยก่อนตาย

24.11.16 | 17:03 น.

ความคืบหน้ากรณีมีข่าวว่าเรือขนส่งสินค้าในท่าเรือแหลมฉบัง ชนวาฬบรูด้าตาย ซึ่งนักวิชาการด้านทรัพยากรทางทะเล ได้เรียกร้องให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) เร่งหาเรือและหาสาเหตุการตายของวาฬบรูด้าในทะเลอ่าวไทย นั้น

วันที่ 24 พฤศจิกายน นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวถึงกรณีพบซากวาฬบรูด้าลอยติดมากับเรือสินค้าที่จอดเทียบท่าบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ว่า ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ ทช.ได้ดำเนินการผ่านชันสูตรซากวาฬพบว่า เป็นวาฬบูรด้าตัวเต็มวัยเพศเมีย ขนาดความยาว 13.8 ม. น้ำหนัก 18 ตัน สภาพซากเน่ามาก คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ ชิ้นส่วนร่างกายยังคงอยู่ครบ บริเวณท้ายลำตัวพบแผลเป็นและแผลขนาดใหญ่จากการกัดของฉลาม กระดูกบริเวณครีบขวาและกระดูกซี่โครงหัก และพบเลือดคั่งบริเวณร่างกายของวาฬส่วนที่ติดกับส่วนท้องของหัวเรือ ซึ่งคาดว่ามาจากการถูกเรือชน นอกจากนี้ยังพบว่า วาฬมีอาการป่วยเนื่องจากพบร่องรอยการอักเสบในช่วงอก และเลือดคั่งหลายตำแหน่ง สัตวแพทย์จึงลงความเห็นว่าวาฬบรูดาตัวดังกล่าวป่วยอยู่ก่อนแล้ว จึงถูกเรือชนในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่

นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า วาฬบรูด้าอาจจะมีอาการอ่อนแอหรือป่วยอยู่แล้ว จึงไม่สามารถหลบหลีกเรือได้ จึงอาจทำให้เกิดการกระแทกหรือชนเข้า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ทช.ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันท้องที่เกิดเหตุไว้แล้ว เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดี ทช.ให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากวาฬบรูด้า เป็นสัตว์สงวนตัวที่ 16 ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535 แล้ว การที่ใครทำให้วาฬบรูด้าตาย ซึ่งแม้จะยังไม่ชัดเจนว่า เกิดจากเรือขนส่งสินค้าในท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ลำใดลำหนึ่งชนวาฬจนตายหรือไม่ โดยขณะนี้ ทาง ทช.จะประสานขอความร่วมมือกับท่าเรือแหลมฉบัง และคนที่พบหรือมีหลักฐานพยานเชิงประจักษ์ ให้ความร่วมมือกับทช.ในการสืบหาข้อเท็จจริง ทั้งนี้ยืนยันว่าโดยตามหลักการจะต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างแน่นอน โดยเวลานี้ มีการสันนิษฐานหลายเรื่องนอกเหนือจากนี้ เช่น ถูกฉลามกัดตาย ก็มี ซึ่งก็ต้องรอผลการพิสูจน์เพิ่มอีก

ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณะบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ส่วนตัวแล้ว ไม่ค่อยเชื่อว่าวาฬบรูด้าจะตายเพราะถูกฉลามกัด แต่เข้าใจว่า ตายมาก่อน และฉลามอาจจะไปกัดซากทีหลัง อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับการตายของวาฬบรูด้าตัวนี้ตนตั้งประเด็นเอาไว้ 2 ข้อคือ 1.หากตายเพราะเรือชนจริง เป็นเรือลำไหนที่มาชน เพราะวาฬตายแล้วลอยไปมาในน้ำ และโดยทั่วไปเรือสินค้าจะวิ่งช้า ไม่เหมือนเรือโดยสารหรือเรือท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรือที่แล่นเร็วจนอาจจะชนสัตว์น้ำอย่างวาฬ หรือโลมา หรือเต่าทะเล ตายไม่ได้ 2.ประเทศไทยไม่เคยมีการศึกษาเส้นทางเดินเรือในทะเล ที่จะกระทบต่อวิถีชีวิตของสัตว์น้ำโดยเฉพาะสัตว์น้ำขนาดใหญ่อย่าง วาฬ โลมา หรือเต่าทะเล ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ มีการสูญเสียสัตว์เหล่านี้จากการเดินเรือมาแล้วจำนวนมาก ดังนั้น ทช.จึงควรศึกษาเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อรักษาชีวิตสัตว์เหล่านี้ ไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ประเทศไทยพบวาฬบรูด้าที่หากินในอ่าวไทย ประมาณ 50 กว่าตัว และในฝั่งอันดามันอีกราว 10 ตัว โดยหลายปีที่ผ่านมา ทช.ได้ประกาศให้วาฬบรูด้า เป็นสัตว์ประจำถิ่นอ่าวไทย โดย มีการศึกษาสำรวจประชากรวาฬบรูด้า เพื่อตั้งชื่อตามลักษณะของแต่ละตัว รวมทั้งมีการศึกษาพฤติกรรมและวงจรชีวิตด้วย ขณะที่ในรอบปีนี้พบวาฬบรูด้าตายแล้ว 3 ตัวในทะเลอ่าวไทย