ทีมสอบข้อเท็จจริงทุจริตสอบนายสิบภาค 9 เผย ตรวจสอบตั้งแต่เดือนมีนาคม 65 หลังจับได้คาตาโพยทุจริต ปรับตก พร้อมขยายผล เด็กรับมีการจ่ายเงินจริง
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม จากกรณีการทุจริตสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งเป็นการสอบเมื่อครั้งเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 9 ได้ดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน
ทีมสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการตรวจสอบทุจริตการสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ ตำรวจภูธรภาค 9 บอกว่า การดำเนินการตรวจสอบปัญหาการทุจริต ตำรวจภูธรภาค 9 นั้น ได้ดำเนินการตั้งแต่เริ่มต้น คือ หลังการสอบเมื่อเดือนมีนาคม
โดยพบว่าเด็กที่เข้าสอบพกโพยคำตอบเข้าไปในห้องสอบ ซึ่งได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง ก็ทราบว่า มีการจ่ายเงินกับบุคคลจริง ซึ่งในรายนั้นก็ได้ดำเนินการปรับตก
นอกจากนั้นก็ยังได้มีการตรวจสอบผลการสอบของผู้เข้าสอบทั้งหมด และในรายที่มีผลการสอบที่ผิดธรรมชาติ ต้องสงสัยว่าจะมีส่วนพัวพันกับกระบวนการทุจริตการสอบ ก็ให้มีการสอบใหม่ ประมาณ 30-40 คน ซึ่งส่วนใหญ่ก็พบว่า ทำข้อสอบไม่ได้เหมือนครั้งแรก อาทิ ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ เดิมในกระดาษคำตอบไม่มีการทดเลขเลย แต่กลับได้คะแนนสูง ซึ่งได้มีการปรับตกไป
ส่วนในเรื่องของเส้นทางทางการเงินนั้น อยู่ในสำนวนการสอบสวน ไม่สามารถเปิดเผยได้
“ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 9 นั้น มีการจับกุมการทุจริตได้อย่างชัดเจน การตรวจยึดโพยกระดาษคำตอบ ซึ่งเด็กที่เข้าสอบก็สารภาพชัดเจน ทำให้เชื่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับกรณีการสอบในสายอำนวยการเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2565 หรือไม่นั้น เป็นเรื่องการตรวจสอบโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”
สำหรับเส้นทางทางการเงิน เจ้าหน้าที่สืบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว มีเครือข่ายที่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
– เปิดขบวนการ ‘ทุจริตสอบนายสิบ’ แก๊งนายหน้า เล็งคนฐานะดี รับเงินวิ่งเต้น 2-5 แสนต่อคน
– ตัดสิทธิ ทุจริตสอบนายสิบแล้ว 73 คน พบ ร.ต.อ.หญิงเอี่ยวนายหน้า เงินสะพัด 30 ล้าน
- ทุจริตสอบนายสิบตำรวจภาค 9 คืบ เผยจำหน่ายนักเรียนสอบได้ 118 คน พบทุจริต 3 กลุ่ม
ความคืบหน้า กรณีการทุจริตสอบเข้ารับราชการตำรวจระดับ นายสิบของ กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 ล่าสุด รายงานว่าได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9. ว่า หลังจากการจำหน่าย นักเรียนที่สอบได้และส่อว่าเป็นการสอบได้ที่มีการทุจริต 118 คนให้พ้นสภาพของการเป็นนักเรียนนายสิบไปแล้ว ขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะเลื่อนผู้ที่มีบัญชีรายชื่อสำรองเพื่อเข้าเป็นนักเรียนได้ เพราะจะต้องรอผลการสอบสวนดำเนินคดีในการทุจริตในการสอบให้จบก่อน ซึ่งเรื่องนี้มีระเบียบของกฎหมายอยู่แล้ว
“ผลการสอบสวนเพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด มีความสมบูรณ์ในการที่จะเอาผิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทราบจากการสอบสวนว่าการทุจริตครั้งนี้ ต้นตอมาจาก สนามสอบของ จ.สงขลา และผู้ที่ถูกจับได้ ทำให้มีการขยายผลจนได้ข้อมูลการทุจริตมาจาก การที่เจ้าหน้าที่จับกุมผู้เข้าสอบในสนามสอบที่ อ.เมือง จ.สงขลา จนนำไปสู่การขยายผลจนทำให้ทราบว่ามีการทุจริตอย่างเป็นขบวนการ และมีตำรวจร่วมอยู่ด้วย”
ขณะนี้รอขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานทั้งหมด หลังจากนั้น ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจ ภาค 9 จะได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และจากหลักฐานพยานที่มีอยู่ในขณะนี้ มีนายตำรวจที่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาเพียงคนเดียว ไม่มีนายตำรวจระดับสูงเข้าไปมีส่วนการทุจริตในครั้งนี้
รายงานว่าการสอบตำรวจนายสิบสายอำนวยการ ที่จัดให้มีการสอบเมื่อวันที่ 27 พ.ย. และประกาศผลไปเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 65 ขณะนี้ได้รับการร้องเรียน และได้รับเบาะแส ว่าอาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้นเช่นกัน ซึ่งได้มีการสั่งการให้ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร 9 และ หน่วยที่เกี่ยวข้อง สืบสวนสอบสวนเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการทุจริต จริงหรือไม่
เจ้าหน้าที่ในชุดสืบสวนข้อเท็จจริงของการทุจริตในการสอบนายสิบรุ่นที่ 2 ที่มีการจำหน่ายผู้สอบได้ถึง 118 คน เปิดเผยว่า ต้นเหตุของการจับได้ว่ามีการทุจริต มาจากเจ้าหน้าที่ควบคุมการสอบ ยึดโพยคำตอบข้อสอบได้จากนายจิรภพ ผู้สมัครเข้าสอบที่หน่วยสอบ ร.ร.นวมินทราชูทิศทักษิณ อ.เมือง จ.สงขลา นำส่ง พ.ต.ท.อเสก สีเขียวแก้ว สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง จ.สงขลา จนได้ข้อเท็จจริงของการจ่ายเงินซื้อข้อสอบจาก ขบวนการทุจริตการขายข้อสอบในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผู้ที่จ่ายเงินแล้วสอบไม่ได้แต่อย่างใด
“การขายข้อสอบที่เกิดขึ้น ทำกันเป็นขบวนการและแบบเนียน ผู้ที่จ่ายเงินแล้วทุกคนสอบผ่านข้อเขียน ผลจากการสอบสวนพบว่า แม้แต่คนที่มีประวัติการเรียนได้เกรดเฉลี่ย 1.5 ยังทำข้อสอบได้ ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยที่ควรจะเป็น ข้อสงสัย ที่เป็นต้นเหตุให้มีการสืบสวนสอบสวน จนนำมาถึงการพบการทุจริตที่ทำเป็นกลุ่มอย่างน้อย 3 กลุ่ม จนทำให้ต้องมีการจำหน่ายผู้ที่อยู่ในข่ายทุจริตการสอบครั้งนี้เป็นจำนวนถึงร้อยกว่าคน”
นายตำรวจในชุดสอบสวนนายหนึ่ง เปิดเผยว่า การเฉลยข้อสอบเป็นการส่งผ่านระบบไอพีแอดเดรส ซึ่งมีอยู่ 19 กลุ่ม มีผู้เข้าสอบใน 19 กลุ่มจำนวน 365 คน แต่ไม่ได้มีการซื้อผลเฉลยข้อสอบทั้งหมดทุกกลุ่มหรือทุกคน และจากการให้ปากคำของ นายจิรภัทร จันทร์เทพ ผู้เข้าสอบที่ถูกจับได้ พร้อมโพยเฉลยข้อสอบพบว่าเป็นการปริ้นกระดาบคำตอบจากเครื่องปริ้นเตอร์
ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของนายจิรภัทร ที่ไปพบกับทีมผู้ขายข้อสอบที่ อานนท์รีสอร์ท เพื่อบอกวิธีการของการปริ้นข้อสอบ จากเครื่อง ในเบื้องต้นพบว่ามีการเชื่อมโยงกับโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล
จากการ สอบสวน เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการรักษาข้อสอบก่อนที่จะมีการกระจายข้อสอบจาก ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภาค 9 ไปยังสนามสอบย่อย เช่น พ.ต.อ.วีรชัย โพธ์ปักษา รอง ผกก.กส. ,พ.ต.อ.หญิง เฉลียว ผิวแดง ผกก.ศฝร.ภ. 9 และ เจ้าหน้าที่ระดับรองลงมา 4 นาย ไม่พบว่ามีการ บกพร่อง หรือ ทุจริต ในการสอบครั้งนี้ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวน เชื่อว่า การทุจริตครั้งนี้ เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.สงขลา เพราะขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอยู่ที่ จ.สงขลา และบางคนเป็นข้าราชการอยู่ในพื้นที่ของ จ.ตรัง

