วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 นางสุกัญญา พรหมสิริ อายุ 49 ปี ชาวนาจากตำบลไทรน้อย อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมสามี ได้นำเครื่องจักร 2 คัน เข้ามาปรับพื้นที่นาในเขตตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จำนวน 50 ไร่ เพื่อทำนาปรัง หลังจากแปลงนาผืนดังกล่าวไม่ได้ทำนามาถึง 2 ฤดูการผลิต ด้วยเพราะมีภาวะภัยแล้งต่อเนื่อง
นางสุกัญญา เปิดเผยว่า บ้านตนเองเช่าที่นาทำในหลายพื้นที่ รวมกว่า 300 ไร่ ที่ผ่านมาหยุดทำนา จนทำให้มีต้นไม้ และวัชพืชขึ้นรกหนาแน่น ต้องปรับพื้นที่นาอีกครั้ง ถือเป็นการลงทุนรอบใหม่ โดยก่อนหน้านี้ก็ทำนาปรังไม่มาก แต่เมื่อ 3 ปี ก่อนข้าวเปลือกราคาดีมาก จึงไปเช่าที่นาเพิ่ม และนำเครื่องจักรไปปรับที่ดินเพื่อให้เหมาะสมกับการทำนาปรัง โดยไปกู้เงินจาก ธสก.มา 3 ล้านบาทลงทุน แต่โชคร้ายราคาข้าวดิ่งลงเหวต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นการลงทุนที่ผิดพลาด แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อหาเงินไปใช้หนี้สิน

“สิ่งที่อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือ คือ ทำโครงการประกันราคาข้าวเปลือก ประเภทจ้าว ตันละ 8,000 บาทขึ้นไป เพื่อป้องกันโรงสีกดราคารับซื้อ ขณะเดียวกันต้องจัดหาน้ำเพื่อทำนาปรังอย่างเพียงพอ เพื่อความสมบูรณ์ของต้นข้าว เพื่อให้มีผลผลิตข้าวเปลือกที่สมบูรณ์ 800 กิโลกรัม ถึง 1 ตัน / ไร่ แต่หากต้นข้าวขาดน้ำ ผลผลิตจะได้เพียง 500 กิโลกรัม/ไร่เท่านั้น และเป็นข้าวเปลือกที่ลีบไม่สมบูรณ์ขายได้ราคาไม่ดี” นางสุกัญญา กล่าว

