‘สมศักดิ์’ จ่อเรียกเค้น 5 นายทุน ‘ตู้ห่าว’ ลุยรับเป็นคดีพิเศษ เผยยึดทรัพย์แล้ว 4.4 พันล้าน

16.12.22 | 08:20 น.

‘สมศักดิ์’ จ่อเรียกเค้น 5 นายทุน ‘ตู้ห่าว’ ลุยรับเป็นคดีพิเศษ เผยยึดทรัพย์แล้ว 4.4 พันล้าน สาวอีกล็อต 1.1 พันล.

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ Cook & Coff เรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงถึงความคืบหน้าคดีกลุ่มจีนสีเทา โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ได้แถลงการทำงานและความคืบหน้าชุดพาลีปราบยาและการทำงานของ ป.ป.ส.ในคดีกลุ่มจีนสีเทาเครือข่ายของนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว ขณะนี้ดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว ฐานความผิดฟอกเงิน เนื่องจากเป็นคดีการฟอกเงินยาเสพติดมูลค่าสูง กระทบวงกว้าง โดยคณะกรรมการกลั่นกรองได้เสนออธิบดีอนุมัติเป็นคดีพิเศษเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่วนผลความคืบหน้าคดียึดอายัดทรัพย์ ก่อนหน้านี้ดีเอสไอยึดอายัดได้ 3,020 ล้านบาท และวันนี้ยึดเพิ่มได้อีก 189 ล้านบาท ป.ป.ส.ยึดอายัดได้ 2,192 ล้าน ซึ่งมีทรัพย์สินบางส่วนที่ซ้ำกับดีเอสไอ ทำให้ขณะนี้ยอดรวมอยู่ที่ 4,401 ล้านบาท และทาง ป.ป.ส.กำลังออกหมายยึดอายัดเพิ่มอีก 1,123 ล้านบาท


นายสมศักดิ์กล่าวว่า จากการสืบสวนเพิ่มเติมทราบว่านายตู้ห่าวมีนอมินี เป็นนายทุนอยู่เบื้องหลัง โดยมีกลุ่มคนอีก 4-5 คน ถือพาสปอร์ตต่างชาติ คาดว่าเป็นนายทุนซึ่งกำลังสอบสวนเชิงลึกว่าเป็นใครบ้าง หากพร้อมจะได้เปิดเผยต่อไป โดยตอนนี้ได้เลขพาสปอร์ตแล้ว คาดว่าจะเรียกมาให้ปากคำภายใน 2 สัปดาห์นี้ และจะดำเนินคดีได้ภายในไม่เกิน 30 วัน

วันเดียวกัน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้ากรณี น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ลงนามคำสั่ง แต่งตั้งคณะทำงานกำกับการสอบสวนและการดำเนินคดีตู้ห่าวว่า คิดว่าทางคณะทำงานได้มีการพูดคุยกันในชั้นต้นแล้ว ส่วนจะนัดประชุมกันวันไหนอย่างไรยังไม่ทราบ ซึ่งตามหนังสือคำสั่งของทางอัยการสูงสุดให้คณะทำงานไปกำกับดูแลการสืบสวน ซึ่งเท่ากับว่ายังต้องมีอีกคำสั่งหนึ่งคือการตั้งพนักงานสอบสวน ซึ่งอาจจะเป็นการร่วมมือกันระหว่างพนักงานสอบสวนกับอัยการ ซึ่งก็ต้องรออัยการสูงสุดมีหนังสือคำสั่งอีกครั้ง

โดยในหนังสือคำสั่งของอัยการสูงสุดระบุไว้ว่า คณะทำงานที่ทางอัยการสูงสุดตั้งจะสามารถตั้งคณะทำงานย่อยขึ้นมาได้ แต่ในเรื่องการสั่งตั้งพนักงานสอบสวนจะต้องเป็นคำสั่งของอัยการสูงสุด ทั้งนี้ ดีเอสไอคงจะดำเนินการสอบสวนในชั้นต้นก่อน แต่ถ้าพบว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร จะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 ที่บัญญัติไว้ว่าอำนาจสอบสวนเป็นของอัยการสูงสุด เท่าที่ทราบมาดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษในส่วนของข้อหาฟอกเงินคดียาเสพติด คิดว่าในเมื่อหากเป็นคดีนอกราชอาณาจักรแล้ว ควรคิดว่าต้องเป็นความร่วมมือที่ทั้งตำรวจและอัยการจะเข้ามาช่วยกันดู เพื่อทำสำนวนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ดูข้อกล่าวหาและข้อเท็จจริงพยานหลักฐานต่างๆ ไปดำเนินการให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

Advertisement