หน้าแรก ในประเทศ หนุนข้าวม้ง อ...

หนุนข้าวม้ง อ.พญาเม็งราย ผลิตเพื่อผู้รักสุขภาพ เผยในพื้นที่ขายได้กิโลละ 50 บาท

25.11.16 | 12:20 น.
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 ปัจจุบันแม้ข้าวจากพื้นราบที่กำลังมีการเก็บเกี่ยวจากเกษตรกรโดยส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ กข 15 กข 6 ข้าวเหนียวอุบล ฯลฯ ซึ่งกำลังประสบกับปัญหาราคาข้าวงตกต่ำโดยมีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 7-8 บาทเท่านั้น  ข้าวบนพื้นที่สูงซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เริ่มเก็บเกี่ยวเช่นกันซึ่งพบว่าข้าวของกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มกลับมีราคาที่แพงกว่าข้าวในพื้นที่ราบ โดยที่ขุนห้วยแม่เปา 3 หมู่บ้านใน ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย พบว่ากลุ่มชาติพันธุ์ม้งหลายหมู่บ้านได้เก็บเกี่ยวข้าวไร่กันตามขุนเขาและมีกรรมวิธีที่นำมาผลิตเป็นข้าวกล้องสารที่กลับมีราคาแพง และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคข้าวเพื่อสุขภาพทำให้ทางฝ่ายปกครอง อ.พญาเม็งราย และองค์การบริหาราส่วนตำบล (อบต.) แม่เปา ได้เข้าไปสนับสนุนส่งเสริมเพื่อให้เป็นที่รู้จักของสังคมให้มากขึ้น
นายภูเบศร์ จูละยานนท์ นายอำเภอพญาเม็งราย กล่าวว่ากลุ่มม้งมีประเพณีเกี่ยวกับข้าวที่เรียกว่า “เกี่ยวข้าวใหม่” โดยช่วงต้นฤดูก็จะพากันเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องมือเกี่ยวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะโดยมาเฉพาะรวงแล้วนำมานวด จากนั้นนำข้าวเปลือกดังกล่าวมาคั่วให้หอมซึ่งกรรมวิธีนี้ทำให้ได้ข้าวที่บริสุทธิ์ ใหม่ ได้วิตามินและแร่ธาตุสูง ช่วยบำรุงสมอง สายตา หัวเข่า ฯลฯ ข้าวที่ได้นำมาประกอบพิธีกรรมต่างๆ และเลี้ยงผู้อาวุโสรวมทั้งญาติมิตรเพื่อการเคารพสักการะและเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี ดังนั้นข้าวชนิดนี้จึงกำลังได้รับความนิยมแต่เนื่องจากไม่ได้ทำกันทั้งหมดแต่จะนำมาทำตามกรรมวิธีเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือก็จะใช้วิธีการเดิมเหมือนพื้นราบทั่วไปคือเกี่ยวตาก นวดและสีตามปกติ ดังนั้นข้าวจำนวนนี้จึงเป็นที่ต้องการของทั้งกลุ่มชาติพันธุ์และของประชาชนทั่วไปที่ต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ ทำให้ขายในพื้นที่ได้กิโลกรัมละถึง 50 บาท
201611251058181-20021028190531
นายภูเบศร์ กล่าวอีกว่าด้วยเหตุนี้ล่าสุดทางอำเภอรวมกับ อบต.แม่เปา เขตพัฒนาสังคมพื้นที่สูงขุนห้วยแม่เปา ศูนย์พัฒนาชาวเขา จ.เชียงราย ทหารพราน ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านจึงได้เข้าไปส่งเสริมและดูการเก็บเกี่ยวจนถึงการผลิตเป็นข้าวสวย ณ บ้านขุนห้วยแม่เปา ม.5 ต.แม่เปา พบว่าชาวบ้านกำลังเก็บเกี่ยวกันพอดีและใช้วิธีการดังกล่าวครบถ้วนจนได้ข้าวคุณภาพดีเพื่อสุขภาพดังกล่าวซึ่งเมื่อทดลองบริโภคพบว่าความนุ่มและกลิ่นหอมมากรวมทั้งให้เนื้อข้าวที่อวบอิ่ม กระนั้นเนื่องจากเป็นข้าวสุขภาพและผลิตจำกัดเมื่อสีหรือทำเป็นข้าวกล้องออกมาเป็นข้าวสารแล้วจะเก็บเอาไว้ได้ประมาณ 3 เดือนไม่เช่นนั้นจะขึ้นรา ดังนั้นทางอำเภอจึงส่งเสริมให้ชาวม้งได้ผลิตข้าวชนิดนี้เพื่อสร้างรายได้และส่งเสริมการท่องเที่ยว และหากผลิตเพียงพอแล้วนำไปขายนอกพื้นที่ก็เพิ่มมูลค่ามากกว่านี้ได้ต่อไป
ด้านนายประเสริฐ  แซ่ซ้ง  ผู้ใหญ่บ้านบ้านขุนห้วยแม่เปาใต้กล่าวว่าข้าวพันธุ์ที่ชาวม้งปลูกส่วนใหญ่เป็นข้าวพันธุ์มูเซอและข้าวพันธุ์เกษตร ซึ่งมีความนุ่มไม่แข็งใช้วิธีการปลูกเหมือนข้าวไร่ทั่วไปที่ใช้น้ำจากน้ำฝนบนภูเขา ปลูกตั้งแต่เดือน มิ.ย.กระทั่งเดือน พ.ย.ก็เก็บเกี่ยวได้ผลผลิตไร่ละประมาณ 20 ถัง ข้าวหัวปีดังกล่าวก็จะเก็บเกี่ยวเพียงบางส่วนเพื่อนำไปบูชาบรรพบุรุษตาประเพณี ผู้เฒ่าผู้แก่ ญาติมิตร ผู้อาวุโสและเด็กๆ ให้ได้ทานเพื่อสุขภาพ ดังนั้นหากใครได้บริโภคก็จะมีสุขภาพแข็งแรงอย่างมากต่อไป