วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 ที่บ้านของนางสุนงค์ อิทธิไพบูลย์ อายุ 62 ปี ชาวบ้าน หมู่ 1 ต.คลองหิน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วมบ้านมานานแล้วกว่า 3 เดือน สูงกว่า 30 ซม. ยังไม่สามารถระบายน้ำออกได้ เนื่องจากเป็นที่ลุ่มต่ำ ทำให้น้ำจำนวนมากไหลมารวมอยู่จุดเดียว จนกลายเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำจำนวนมาก ขณะที่พืชผลทางการเกษตรกว่า 40 ไร่ได้รับความเสียหาย บางส่วนเริ่มยืนต้นตาย จึงเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบเป็นบ้านชั้นเดียวถูกน้ำท่วมล้อมรอบบ้าน ต้องนำเศษไม้มาต่อเติมทำเป็นสะพานเพื่อเดินทางเข้า-ออกบริเวณบ้าน และต้องนำกระสอบปุ๋ยที่ใส่ทรายทำเป็นกำแพงกั้นเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมภายในบ้าน น้ำที่ท่วมนานกว่า 3 เดือน ทำให้เกิดตะไคร่น้ำสีเขียวเจริญเติบโตลอยเป็นแพอยู่เหนือน้ำจำนวนมาก กลายเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ เช่น กบ เขียด ทั้งปลาดุก ปลาช่อน ซึ่งเป็นสัตว์น้ำจืด
นางสุนงค์เผยว่า พื้นที่ดังกล่าว เมื่อปี 2529 หรือประมาณ 30 ปีที่ผ่านมาเคยถูกน้ำท่วมมาแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 30 ปี ครั้งนี้ท่วมนานกว่า 3 เดือนแล้ว ทรัพย์สินภายในบ้านเสียหายเกือบหมด ตอนนี้อยู่อย่างยากลำบาก อยู่อย่างทำใจ ไม่มีหน่วยงานใดที่จะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมบ้านตนได้ แม้จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา แต่ตนก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างจริงจัง ทุกวันนี้บ้านไม่ต่างจากบ่อเลี้ยงปลา น้ำท่วมนาน ส่งผลทำให้มีปลาจำนวนมากที่มากับน้ำเข้ามาอยู่อาศัยจนกลายเป็นเพื่อนบ้าน

ส่วนสาเหตุการท่วมครั้งนี้ เนื่องจากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง ทำให้เอ่อท่วมล้นคลองสุเหร่า บ้านเขาขาว หมู่ 5 ต.เขาคราม อ.เมือง ซึ่งอยู่พื้นที่ด้านหลังของบ้าน ไหลมารวมในพื้นที่ลุ่มของบ้าน ประกอบกับหน้าบ้านติดถนนใหญ่มีการสร้างถนน ยกพื้นสูง ไม่สร้างคูระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำทุกทิศทางไหลลงมาท่วมบ้านตนและไม่มีเส้นทางระบายออก จนเป็นเหตุให้ท่วมนานหลายเดือน ปัจจุบันแม้มีเครื่องสูบน้ำ แต่เป็นเครื่องขนาดเล็กสูบได้ช้า
ด้านนายกศิลา ใสยิด นายก อบต.คลองหิน กล่าวว่า เบื้องต้นทางศูนย์ดำรงธรรมประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางช่วยเหลือ โดยมอบหมายให้กรมทางหลวงชนบทเข้าดำเนินการขุดลอกคูระบายน้ำ ส่วนทางด้าน ปภ.ให้ดำเนินการประสานกรมทรัพยากรน้ำ ภาค 10 สุราษฎร์ฯ นำเครื่องสูบน้ำเข้ามาติดตั้งดำเนินการสูบน้ำออกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

