เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่บริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการถวายบังคมพระบรมศพเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย มีประชาชนเดินทางมารอต่อแถวอย่างหนาแน่นตลอดทั้งวัน แม้อากาศจะแปรปรวนโดยมีแดดออกสลับฝนตกโปรยปราย แต่จำนวนผู้รอเข้าถวายบังคมก็ยังไม่ลดน้อย
ที่ประตูเทวาภิรมย์ ทางออกหลังเข้าถวายบังคม ประชาชนทยอยออกมาอย่างเป็นระเบียบ

นางมาลัย วิเศษศิลป์ แม่บ้านอายุ 48 ปี กล่าวว่าตนเดินทางมาจากจังหวัดนนทบุรีตั้งแต่ตี 4 พร้อมแม่และพี่สาว โดยเป็นการเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพครั้งแรก ประทับใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งแม้ว่าประชาชนจะเดินทางมากันเป็นจำนวนมาก แต่สามารถจัดการได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่พลุกพล่าน อาหารเครื่องดื่มและสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อมมาก
“ภูมิใจที่ได้มา ไม่เหนื่อยเลย มาด้วยความระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีให้แก่ประเทศไทยและพวกเราทุกคน มีความภูมิใจเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้มาถวายบังคม หลังจากได้เข้าไปในพระบรมมหาราชวังและถวายบังคมก็ตื้นตัน บรรยายไม่ถูก เมื่อเราตั้งใจมาก็สมความตั้งใจของเราแล้ว คิดว่าต้องมากราบให้ได้สักครั้งในชีวิต” นางมาลัยกล่าว

นายสุเทพ เต๊ะจิ อาชีพค้าขาย วัย 42 ปี ถือพระบรมฉายาลักษณ์ใส่กรอบขนาดใหญ่เข้าถวายบังคม โดยบอกว่าเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่ตัดเก็บจากหนังสือพิมพ์ รวบรวมมาตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. นำติดตัวมาจากบ้าน โดยเดินทางมาพร้อมกลุ่มญาลันนันบารู ซึ่งแปลว่า “ทางสายใหม่” โดย กอ.รมน.ภาคที่4 ส่วนหน้า นำประชาชนมาจากจังหวัดสงขลาจำนวน 80 คน โดยออกมาตั้งแต่บ่าย3เมื่อวาน และมานอนพักในจุดที่กทม.จัดไว้ให้
“ความเหนื่อยของพวกเรานับว่าน้อยนิด แต่รู้สึกว่าคุ้มค่าที่เดินทางมา รู้สึกดี อย่างน้อยก็ได้มาถวายบังคมใกล้ๆพระองค์ท่าน ตอนที่เข้าไปกราบรู้สึกตื่นเต้น การได้มาเจอบรรยากาศจริงต่างจากที่เห็นในทีวีโดยสิ้นเชิง ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ได้มาอยู่ใกล้ชิดพระองค์ ก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย คำสอนของพระองค์ท่านที่จำได้ดีคือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี เรามีลูกก็บอกลูกปลูกฝังเรื่องความพอเพียง เล่าเรื่องของพระองค์ท่านให้ลูกฟังเสมอ ทุกวันนี้ลูกสาวก็นำคำพ่อหลวงมาใช้ จะซื้อจะใช้จ่ายอะไรก็ระมัดระวัง” นายสุเทพกล่าว

ด้าน น.ส.บัวแก้ว ตุงคะบุรี ชาวไทลื้อ อายุ 50 ปี กล่าวว่า เดินทางมากับพี่น้องสมาคมไทลื้อ จ.เชียงราย จำนวน 216 คน จาก 14 อำเภอ สวมใส่ชุดไทลื้อ ซึ่งเป็นชุดประจำเผ่าไว้ใส่ในงานพิเศษ โดยออกเดินทางมาตั้งแต่บ่าย3เมื่อวาน(24พ.ย.) มาถึงก็เข้าแถวรอจนได้ถวายบังคมประมาณบ่าย2ครึ่งของวันนี้ โดยที่ทุกคนยังไม่ได้นอนพักเลย โดยหลังจากนี้จะไปพักที่วัดอมรคีรี ก่อนเดินทางกลับ
“ถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต จากนี้จะไม่มีอีกแล้ว ถ้าไม่ได้มาสักครั้งจะเสียใจ พอได้เข้าไปถวายบังคมก็รู้สึกดีใจ ประทับใจจนพูดไม่ถูก” น.ส.บัวแก้วกล่าวทั้งน้ำตา

