ที่ปรึกษาฯเก็บกด ‘ชัชชาติ’ เปิดทางให้ ลั่น อีก 4 ปี ‘กทม.ต้องน่าอยู่’ ติด 1 ใน 50 โลก ‘คนทั่วไป-พิการ’ อยู่ร่วมแบบแฮปปี้

19.12.22 | 12:39 น.

ที่ปรึกษาฯ เก็บกดมานาน ‘ชัชชาติ’ เปิดทางให้ ชวนเป็นจิ๊กซอว์ ขับเคลื่อนนโยบาย 5 ดี ดัน 4 ปีข้างหน้า ‘กทม.น่าอยู่’ ติด 1 ใน 50 ของโลก ชู ‘คนพิการ’ อยู่ร่วมคนทั่วไปอย่างเป็นสุข

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ ลานกิจกรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านคนพิการ สสส. และภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมจัดงานเทศกาล Bangkok for all #กรุงเทพฯ เพื่อทุกคน โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในงานเชิดชูเกียรติ “วันคนพิการสากลกรุงเทพมหานคร” ประจำปี 2565 มี นายภาณุมาศ สุขอัมพร ที่ปรึกษาผู้ว่า กทม. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พิการ นั่งวีลแชร์มาร่วมกล่าวเปิดงาน

นอกจากนี้ยังมี รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช และนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนร่วมกิจกรรม อาทิ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ลาซาด้า จำกัด ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK) บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด BTSC สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด บริษัท Vulcan Coalition จำกัด ร่วมด้วย

โดยการจัดงานปีนี้มีความพิเศษ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เป็นการเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปและคนพิการได้มาร่วมทำกิจกรรมเพื่อได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมและชีวิตประจำวัน มีความเข้าใจกัน และนำไปสู่ความร่วมมือพัฒนาเมืองที่น่าอยู่ร่วมกัน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-18 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

Advertisement

นายชัชชาติกล่าวเชิดชูเกียรติ ‘วันคนพิการสากล’ พร้อมมอบนโยบาย 5 ดี แสดงวิสัยทัศน์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ในหัวข้อ “กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่ของทุกคน” ว่า ตนว่าหัวใจของเรา คืออยากจะให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้น สำหรับเพื่อนเราที่เป็นคนพิการ ก็ต้องเป็นเมืองน่าอยู่ด้วย

“คนพิการเขาไม่ได้ต้องการความสงสาร ไม่ได้ต้องการ Sympathy คือ I know how you feel เขาต้องการความเข้าใจ ต้องการ Empathy คือ I feel how you feel เพราะทุกคนศักดิ์ศรีเท่ากัน รับสมัครงานคนพิการ ไม่ใช่รับเพราะความสงสาร แต่รับเพราะว่าเขามีศักยภาพ จะช่วยพวกเราได้ไม่แตกต่างจากคนธรรมดา คนพิการถึงแม้เขาจะมีความแตกต่าง แต่ศักยภาพไม่ต่าง ขอให้เราเข้าใจเขา” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ตอนที่เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เคยไปดีเบต ก็มีคนพิการบอกว่า อย่างไรก็ต้องมีรองผู้ว่าฯ 1 คน เป็นคนพิการ

“จำได้เลย ที่ไอคอนสยาม รับปากว่าต้องมี อย่างน้อยที่ปรึกษา 1 คน ก็มีพี่ภาณุมาศ ผมว่าไม่มีอะไรจะดีกว่าการมีพี่ภาณุมาศอยู่ เพราะเข้าใจชีวิตจิตใจของคนพิการ โครงการทั้งหลายผมไม่ได้เป็นคนทำนะ พี่เขาเป็นคนไดรฟ์ เป็นคนติดต่อเครือข่าย เพราะว่าเข้าใจชีวิตจิตใจของคนพิการ นี่คือหัวใจ ทำให้พี่น้องเราที่มีข้อจำกัด ไม่ว่าจะการเดินทาง หรือสติปัญญา อยู่ในเมืองนี้อย่างมีความสุขได้ทุกคน ผมเชื่ออย่างนั้น นี่คือผู้สนับสนุนนโยบายของผม

“เข้าใจจิตใจคนรอบข้าง ดูแลคนพิการ ดูแลเพื่อนเราที่มีความแตกต่าง ถ้าเราทุกคนดูแล สุดท้ายจะเป็นจิ๊กซอว์ที่ต่อทั้งเมืองได้” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน นายภาณุมาศ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณจริงๆ เพราะนี่คือก้าวแรก

“เก็บกดมานาน แล้วผู้ว่าฯ เองเป็นคนเปิดทางให้ ถ้าเราสังเกตงานคนพิการที่จัดๆ กันอยู่ เราจะขาดการมีส่วนร่วม คนทั่วไปก็เดินผ่าน ไม่ใช่เรื่องของฉัน งานคนพิการก็ไม่เกี่ยวกับฉัน อันนี้เป็นก้าวแรก ต้องขอบคุณผู้บริการ กทม. และผู้สนับสนุนทุกคน ที่ทำให้เกิดการมีส่วนร่วม เป็นภาพที่น่ารักมาก จะเห็นว่าคนพิการกับคนทั่วไปเริ่มอยู่ด้วยกันแล้ว ตามนโยบายที่ผู้ว่าฯ พูดเสมอ เป็นแบบอย่างที่ดี ผู้ว่าฯ แสดงแบบอย่างการอยู่ร่วมกันให้เห็น ตั้งแต่มีลูก คือน้องแสนดี ออกกำลังกายทุกเช้า ก็จะมีน้องปุ๊กปิ๊ก มันเป็นการสะท้อน ทำให้ผมทำงานง่ายขึ้นมาก เหนือสิ่งอื่นใด ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากภาครัฐและเอกชน นอกจากกลุ่มหลัก ยังมีบริษัทประกัน คปภ. กรุงเทพประกันภัย มีผู้ค้าย่านนี้ทั้งหมด เราเชื่อว่าครั้งต่อไปจะมีการมีส่วนร่วมบนความเข้าใจ ช่วยกัน

ปุ๊กปิ๊ก

ท่านผู้ว่าฯ บอกว่า 4 ปีข้างหน้าจะต้องทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าอยู่ 1 ใน 50 ของโลก นี่คืออีก 1 ก้าว ฝากทุกคนช่วยกัน นายภาณุมาศกล่าว

สำหรับ การร่วมจัดกิจกรรมงานเทศกาล Bangkok for all ครั้งนี้ สะท้อนว่าทุกภาคส่วนตระหนักในความสำคัญของความเท่าเทียม และการพัฒนาเมืองไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะกลุ่มผู้พิการซึ่งมีเป็นจำนวนมากในกรุงเทพมหานคร และบางส่วนมีศักยภาพพร้อมที่จะแบ่งปัน แต่บางส่วนยังต้องได้รับการดูแลและพัฒนา และอีกบางส่วนอาจต้องการเพียงความเข้าใจและการสนับสนุนโอกาสก็จะสามารถใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ซึ่งกรุงเทพมหานครจะขับเคลื่อนงานด้านคนพิการของกรุงเทพมหานครผ่านนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่

ด้าน “สุขภาพดี” มุ่งส่งเสริมให้คนพิการมีสุขภาพดี สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ เช่น จัดตั้งศูนย์บริการคนพิการแบบเบ็ดเสร็จ ในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 9 แห่ง และจัดรถโมบายยูนิตทันตกรรม ให้บริการแก่คนพิการในชุมชน

ด้าน “เรียนดี” การส่งเสริมสนับสนุนบุคลากรครูให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาพิเศษ สามารถจัดการเรียนการสอนให้เด็กพิการได้ เช่น การฝึกอบรมครู กทม.เป็นครูการศึกษาพิเศษ และการจัดการเรียนรวมในโรงเรียนสังกัด กทม.

ด้าน “เศรษฐกิจดี” กรุงเทพมหานครเป็นผู้นำในการจ้างงานคนพิการ มุ่งเน้นการฝึกอาชีพคนพิการสู่การมีงานทำและการประกอบอาชีพที่ยั่งยืน เช่น จ้างงานคนพิการใน 50 สำนักงานเขต และในหน่วยงานของ กทม. จ้างอาสาสมัครเทคโนโลยี ส่งเสริมการแสดงดนตรีหรือศิลปะในพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพมหานคร และจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมทักษะทางอาชีพสำหรับคนพิการ

ด้าน “โครงสร้างและเดินทางดี” การเข้าถึงและใช้ประโยชน์ ในข้อมูลข่าวสารโครงสร้างพื้นฐานและการเดินทางที่ดี จำเป็นต้องมีต้นแบบที่ดีเป็นรูปธรรม โดยมีส่วนร่วมกับทุกฝ่าย เช่น จัดหารถเพื่อรับส่งคนพิการและผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางได้สะดวก ปรับทางเท้าให้คนพิการสามารถใช้บริการได้ และจัดทำทางม้าลายที่คนพิการทางสายตาสามารถใช้บริการได้

ด้าน “บริหารจัดการดี” การพัฒนาต้นแบบหรือมาตรฐาน เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ด้วยการออกแบบที่เป็นสากล (UD) ในอาคารสถานที่ การเดินทางหรือระบบขนส่งยานพาหนะ และสภาพแวดล้อม เช่น จัดทำ LINE OFFICIAL ACCOUNT ชื่อ “BANGKOK FOR ALL”

โดยการเปิดงานวันนี้ นายชัชชาติ ยังได้ร่วม เปิดตัว “Line OA “BANGKOK FOR ALL” ซึ่งกรุงเทพมหานครจัดทำขึ้นเป็นช่องทางให้ผู้พิการได้ติดตามข่าวสาร สิทธิประโยชน์ของตัวเอง เช่น ข้อมูลข่าวสารคนพิการจาก NINA การยื่นขอเบี้ยคนพิการและทำธุรกรรมออนไลน์กับ กทม. ข้อมูลบริการเมืองใจดีจาก สสส. พร้อมรับส่วนลดสินค้าและบริการต่างๆ โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ ส่วนลดค่าเดินทางจาก Grab จองรถตู้สำหรับวีลแชร์ ส่วนลดค่าสินค้าจาก Lazada ประกันภัยจากบริษัทประกัน รวมถึงช่องทางที่จะให้คนพิการเข้าถึงสื่ออื่นๆ เช่น ชุมชนออนไลน์ของคนพิการ สื่อสมัยใหม่ และ Influencer เป็นต้น

ทั้งนี้ ตลอดทั้ง 5 วันของงานเทศกาล Bangkok for all ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และบริเวณ sky walk สี่แยกปทุมวัน เต็มไปด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งดนตรี ศิลปะ การแสดงความสามารถของเด็ก เยาวชน และคนพิการ โดยได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก เช่น การจัดทําบัตรคนพิการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ บูธกิจกรรมให้ความรู้ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก และบูธจัดจ้างงานคนพิการ และการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล Universal Design บูธให้คำปรึกษาด้านการศึกษาแก่เด็กพิการ บูธออดิชั่นสำหรับผู้พิการที่ประสงค์จะขอมีบัตรผู้แสดงความสามารถในที่สาธารณะ โมเดลการจ้างงานผู้พิการในตําแหน่ง AI Trainer เรียนรู้นวัตกรรม AI Text-to-speech ผลงานของผู้พิการ และทดลองเล่นเกม Nintendo ด้วยนวัตกรรมปลากด อุปกรณ์กายภาพบําบัดสำหรับเด็กกล้ามเนื้ออ่อนแรง ที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเกม ทําให้ผู้ใช้สามารถทํากายภาพบําบัดไปพร้อมกับการเล่นเกม

ภายในงานยังได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป เข้ามามีประสบการณ์ร่วมกับคนพิการในหลายกิจกรรม เช่น Blind Theatre สัมผัสประสบการณ์ปิดตาดูหนังเรื่อง “พรจากฟ้า” ทดลองใช้ “ปากกาเล่นเส้น” อุปกรณ์วาดเขียนสำหรับคนตาบอด ใช้เส้นไหมพรมจากปากกาเล่นเส้น ทำให้เกิดเป็นเส้นสายที่สัมผัสได้ คนตาบอดสามารถสัมผัสภาพและต่อเติมจินตนาการต่อไปได้อย่างไม่รู้จบ พร้อมร่วมเวิร์กช็อปเรียนรู้ภาษามือขั้นพื้นฐาน เรียนแล้วได้ลองใช้ภาษามือสั่งอาหารได้ที่หน้างาน ซึ่งจัดเต็มทั้ง Food Truck & Craft Market บูธให้ความรู้และขายงานฝีมือคนพิการ

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงดนตรีสดจากหลายกลุ่มหลายค่ายที่มีชื่อเสียง อาทิ ค่ายโลมาบิน ค่าย BEC Tero และ Spacebar Music Hub และวงดนตรีคนพิการชื่อดัง S2S บริเวณลานหน้าหอศิลป์ ดนตรีเด็กพิเศษ ของน้อง Natawut ดนตรีเปิดหมวก จากสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย บน sky walk ดนตรีจากวงนายน้อย วงศูนย์เยาวชนคลองเตย วงดนตรีกองการสังคีต กทม. The Proper Clan วง Happy Unlimited และการแสดงของน้องๆ EDeaf เป็นต้น