สาธิต รับ ผ่านมา 6 เดือน ประกาศเหตุรำคาญ เอาผิดคนสูบกัญชาได้จริงเพียง 2 ราย เตรียมลดขั้นตอนแจ้งกลิ่น-ควัน เผยรัฐบาลชุดหน้าต้องเลือกนโยบายกัญชา จะไปต่อหรือดันกลับเป็นยาเสพติด
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, กรมอนามัย, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), รองอธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด, กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, รองผู้บังคับบัญชาตำรวจปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมหารือนโยบายและแนวทางสร้างความเข้าใจการบังคับใช้กฎหมายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565
นายสาธิตกล่าวว่า ตนได้ให้อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เชิญหน่วยงานทั้งในและนอกกระทรวง ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลการใช้กัญชา มาหารือร่วมกันเพื่อกระชับการใช้กฎหมายหลักตอนนี้ คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ที่คุมเฉพาะช่อดอก เพื่อนำมาสู่การบังคับใช้กฎหมายทุกพื้นที่ โดยข้อกังวลของคนหน้างานที่ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตนได้หารือกับอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ แล้วว่า จะให้ดีที่สุด จะต้องทำให้เกิดตัวอย่าง จึงมีการลงพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับผู้อำนวยการเขต กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จับกุมผู้ประกอบการที่ละเมิดประกาศสมุนไพรควบคุมฯ ฟ้องไปถึงศาลแขวงแล้ว
“เรื่องนี้มีความละเอียดอ่อน กรณีที่ฟ้อง ผู้ต้องหารับสารภาพในคดีศาลแขวง ก็อาจทำได้ง่าย แต่กรณีที่ไม่รับสารภาพก็ต้องหาทางออก โดยรองอธิบดีอัยการฯแนะนำว่า กรณีไม่รับสารภาพ ต้องหาช่องทาง เพื่อให้ฝ่ายปฏิบัติมั่นใจมากขึ้นว่าจะไม่ถูกฟ้องในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดนมิชอบ ส่วนกรมการแพทย์แผนไทยฯ จะพยายามเต็มที่ในการดำเนินการให้ประกาศฯ ที่มีถูกบังคับใช้ในระดับจังหวัด ที่เราต้องทำตรงนี้เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. … ยังอยู่ในสภา ยังไม่ถูกบังคับใช้และยังมีความไม่แน่นอนว่าจะมีการบังคับใช้ในสมัยสภาชุดนี้หรือไม่ รวมถึงการครบวาระรัฐบาลชุดนี้ในเดือน มี.ค.2566 ดังนั้น กฎหมายนี้มีความไม่แน่นอน ผมจึงต้องเร่งใช้ประกาศที่มีควบคุมในการใช้ช่อดอกกัญชาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไม่แพร่หลายไปในกลุ่มคนเปราะบางและผลกระทบในเชิงสังคมมากนัก” นายสาธิตกล่าว
เมื่อถามว่ามีการหารือถึงประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่จำเป็นต้องออกเพิ่มเติมหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า ความกังวลของสังคมคือไม่อยากเห็นการเสพกัญชา แต่ต้องยอมรับกฎหมายที่มีอยู่ หากเสพในบ้านโดยผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้วสามารถทำได้ ส่วนการเสพในที่สาธารณะ ก็จะเป็นอำนาจตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข ของกรมอนามัย เรื่องกลิ่นและควันกัญชาเป็นเหตุรำคาญ แต่จะต้องใช้ร่วมกับกฎหมายอื่น ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินการไปเพียง 2 ราย ต้องยอมรับความจริงว่าขั้นตอนยุ่งยาก เช่น ต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อระงับเหตุ ถ้าฝ่าฝืนจึงเปรียบเทียบปรับได้ แต่หากลดขั้นตอนได้ก็จะยุติเหตุที่เกิดขึ้นได้เร็ว ตนจึงได้สั่งการให้มีการนำเสนอเรื่องนี้ ดูว่ามีประกาศอะไรที่สามารถลงได้เพิ่มเติม ตนจะทำตามอำนาจของ พ.ร.บ.
“ส่วนเรื่องนโยบายต้องเรียนตรงๆ ว่า สุดท้ายจะไปสู่การให้รัฐบาลหน้าตัดสินใจเรื่องนี้ จึงขึ้นอยู่กับเสียงประชาชนว่าจะให้ตัวเลขพรรคการเมืองไหนเท่าไหร่ ซึ่งเป็นเรื่องของนโยบายที่ต้องว่ากันต่อไปในอนาคต เช่น การประกาศกัญชาเป็นยาเสพติดหรือไม่ กัญชาทางการแพทย์จะใช้แค่ไหน แต่ ณ วันนี้ผมจะทำให้ส่วนที่มีกฎหมายบังคับใช้อยู่” นายสาธิตกล่าว
เมื่อถามว่ากรณีที่ผู้ต้องหาไม่ยอมรับสารภาพในความผิด จะมีมาตรการอย่างไร นายณัฐพงษ์ พุฒแก้ว อัยการพิเศษฝ่ายคดีปกครองภูเก็ต สำนักงานคดียาเสพติด กล่าวว่า กรณีที่ไม่รับสารภาพ ตำรวจจะมีมาตรการดำเนินการต่อไป เป็นการส่งตรวจพิสูจน์และให้พนักงานสอบสวนส่งมายังสำนักงานอัยการ หากการตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นช่อดอกกัญชา และมีหลักฐานแวดล้อมเพียงพอ อัยการก็จะส่งฟ้องศาลต่อไป

เมื่อถามถึงความกังวลของผู้ปฏิบัติการเรื่องการจับกุมการกระทำผิดจากกัญชา พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ขณะนี้พบว่าเรื่องที่ประชาชนแจ้งเข้ามาเป็นเรื่องการใช้กัญชาในการสูบ แต่กฎหมายจะห้ามเรื่องจำหน่าย ไม่ได้ห้ามเรื่องการสูบ อย่างที่เห็นว่ามีเด็กสูบกัญชา ซึ่งตรงนี้จะมีกฎหมายอื่นเข้ามาเทียบเคียงจากทางตำรวจ เพื่อดำเนินการกับผู้ปกครองผ่านการประสานผ่านสถานศึกษา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดให้การกระทำให้เกิดกลิ่น หรือควันกัญชา กัญชง หรือพืชอื่นใด เป็นเหตุรำคาญ พ.ศ.2565 ซึ่งลงนามโดย รมช.สธ. ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2565 ที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 มิ.ย.เป็นต้นไป เนื้อหาในประกาศกำหนดให้ การกระทำให้เกิดกลิ่น หรือควันกัญชา กัญชง หรือพืชอื่นใด เป็นเหตุรำคาญ เนื่องจากการใช้กัญชา กัญชง หรือพืชอื่นใด ในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น สันทนาการ อาจส่งผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่โดยปกติสุข หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยควันของพืชดังกล่าว จะมีอนุภาคขนาดเล็กที่สามารถเข้าสู่ปอดได้ด้วยการหายใจ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย เช่น โรคปอด หอบหืด หลอดลมอักเสบ เพื่อควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบจนเป็นเหตุให้เสื่อม หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง หรือผู้ที่ต้องประสบภัยกับเหตุนั้น สมควรกำหนดให้การกระทำให้เกิดกลิ่น หรือควันกัญชา กัญชง หรือพืชอื่นใด เป็นเหตุรำคาญ ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข


