จากกรณีที่ น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ได้ลงนามคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ 2167/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานกำกับการสอบสวนและการดำเนินคดีสำคัญ แต่งตั้งคณะทำงานกำกับการสอบสวนและการดำเนินคดีสำคัญ กับ นายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ กับพวก ผู้ต้องหา ฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาอี, เฮโรอีน) อันเป็นการมีไว้จำหน่ายเพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐฯ, สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำ ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ, ร่วมกันเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตฯและมีส่วนร่วมในองค์กร อาชญากรรมข้ามชาติ
โดยคณะทํางานดังกล่าวประกอบด้วย
1.อัยการสูงสุด เป็นที่ปรึกษาคณะทํางาน
2.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน
3 นายสมเกียรติ คุณวัฒนานนท์ รองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทํางาน
4.ร.ต.ท.อุทัย อาทิเวช รองอัยการสูงสุด เป็นคณะทํางาน
5.นายศุภชัย นิพิธกุลที่ปรึกษาอัยการสูงสุด เป็นคณะทํางาน
6.เลขานุการอัยการสูงสุด เป็นคณะทํางาน
7.อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอัยการสูงสุดเป็น คณะทํางาน คณะทํางาน
8.ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นคณะทำงาน
9.อธิบดีอัยการ สํานักงานการสอบสวนเป็นคณะทำงานและเลขานุการ
สำหรับความคืบหน้าดังกล่าวนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 20 ธันวาคมเวลา 10.00 น.จะมีการประชุมคณะทำงานครั้งเเรกที่ห้องประชุมชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนเเจ้งวัฒนะ
โดยมี
รายข่าวแจ้งว่า คณะทำงานจะเดินทางร่วมเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ในฐานะที่ปรึกษา , พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ก็จะเดินทางไปร่วมประชุมด้วย
โดยคณะทำงานดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่
1.กำกับและติดตามการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน ในคดีนี้ให้เป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ
2.เร่งรัดการสอบสวนและการส่งสำนวนการสอบสวนคดีนี้ให้ทันภายในกรอบ ระยะเวลาในการควบคุมฝากขังผู้ต้องหาตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้มีระยะเวลาพอสมควรเสนอให้อัยการสูงสุด พิจารณาสั่งคดี
3.แต่งตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้
สำหรับคณะทำงานดังกล่าวมาจากการที่พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.ได้มีหนังสือ รายงานข้อมูล ไปยัง น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ว่าคดีดีงกล่าว เข้าเงื่อนไขตามความผิดตามกฎหมายที่ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา 20 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาราชการแทนเป็นพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบหรือจะมอบหมายหน้าที่ นั้นให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนแทนได้

