วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 เมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทรร์พล สวป.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ควบคุมตัวนางอาทิตตา กะกา อายุ 35 ปี ชาว ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ และนางสิริรัตน์ ลออเอี่ยม อายุ 41 ปี ชาว ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต มาถึงท่าอากาศยานชาติอุดรธานีด้วยสายการบินนกแอร์ ก่อนคุมตัวเข้าพบ พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงศ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี โดยมีทนายความตามมาทันที ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ น.ส.สิริเพ็ญ ทองวิริยะกุล อายุ 64 ปี นักธุรกิจพัฒนาที่ดินอุดรธานี โดยในช่วง 4 พฤษภาคม-21 กรกฎาคม 2559 โดยนางอาทิตตา มาช่วยขายอาคารพาณิชย์ และชักชวนลงทุนซื้อขายเม็ดมะม่วงหิมพานต์ จะสามารถทำกำไรได้ กก.ละ 40 บาท กำไรจะแบ่งให้ผู้ลงทุน 24 บาท ผู้ดำเนินการ 16 บาท โดยสามารถลงทุนไม่จำกัดจำนวน จึงมีการลงทุนด้วยการโอนเงินให้นางสิริรัตน์ฯ ช่วงแรกได้รับผลตอบแทนดี จนครั้งที่11 , 12 และ 13 ไม่ได้รับเงินโอนคืนรวม 3,240,000 บาท ผู้เสียหายทวงถามหลายครั้งบ่ายเบี่ยง ทวงถามขอหลักฐานการซื้อขายก็ปฏิเสธ จึงเข้าแจ้งงความตำรวจ
พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงศ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นความผิดส่วนบุคคล ทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาชดใช้กันได้ แต่ก็ยังถือเป็นคดีอาญา ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่ามีการโอนเงิน เพื่อทำธุรกิจร่วมกันจริง และยังไม่ได้โอนเงินชดใช้ให้ เพราะติดปัญหาด้านธุรกิจบางอย่างอยู่ ยืนยันมีการประกอบธุรกิจซื้อขาย เม็ดมะม่วงหิมพานต์จริงๆ ซึ่งก็ต้องมีการพิสูจน์กัน ขณะที่พนักงานสอบสวน ก็ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เกี่ยวกับข้ออ้างการทำธุรกิจพอสมควร จนศาลท่านออกหมายจับผู้ต้องหา
พล.ต.ต.พีระพงษ์ ตอบข้อซักถามด้วยว่า แม้พฤติกรรมที่เกิดขึ้นคล้ายกับ “แชร์ลูกโซ่” แต่การดำเนินคดีที่ สภ.เมืองอุดรธานี มีผู้มาแจ้งความเพียงรายเดียว และมีเพียงการพูดคุยอยู่บ้าง ว่ามีผู้เสียหายเพิ่มแต่ก็ยังไม่มาแจ้ง จึงถือเป็นความผิดเฉพาะส่วนบุคคล ขณะที่ผู้ต้องหาอยู่ถึง จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่ เดินทางมาที่อุดรธานีระยะเวลาไม่นาน แต่หากมีผู้เสียหายในพื้นที่อุดรธานี หรือจังหวัดอื่นๆ ก็ขอให้แจ้งมาที่ สภ.เมืองอุดรธานีด้วย ตำรวจก็พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

