‘ชัชชาติ’ ลงอาร์ซีเอ เช็กทางหนีไฟ ตรวจสอบความปลอดภัยรับ ‘เทศกาลปีใหม่’ ย้ำผู้ประกอบการ อย่าคิดระยะสั้น เกิดเหตุทีติดคุก-หมดอนาคต
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 20 ธันวาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. นายธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัชชญา ขำจันทร์ ผอ.เขตห้วยขวาง และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยในสถานประกอบการ ที่ ร้าน Spaceplus Bangkok ซอยอาร์ซีเอ เขตห้วยขวาง

นายชัชชาติกล่าวว่า ภายหลังสถานการณ์โรคโควิด-19 มีความผ่อนคลาย ทำให้มีคนออกมาท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับสถานบริการ จึงต้องมีป้ายสัญลักษณ์แสดงทางหนีไฟชัดเจน ควบคุมวัสดุติดไฟ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันคริสต์มาส วันปีใหม่ที่ใกล้ถึงนี้ จะมีการจัดกิจกรรมในสถานที่ปิด ที่เป็นผับ เทค จำนวน 6 แห่ง โดย พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. จะลงพื้นที่ตรวจสอบ

“ต้องบอกกับผู้ประกอบการว่า อย่าไปคิดหวังผลระยะสั้น เกิดเรื่องขึ้นมามันถึงคดีอาญา ติดคุก มันหมดอนาคตเลย ต้องมองระยะยาว สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต้องระวังตัวด้วย ดูทางหนีไฟให้ดี” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ยังห้ามจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และเอฟเฟ็กต์ในอาคาร ส่วนงานจุดพลุปีใหม่ในสถานที่เปิด ผู้จัดต้องขออนุญาตกับทางสำนักงานเขตด้วย โดยงานปีใหม่ใหญ่ๆ ในกรุงเทพมหานคร จะมีที่เซ็นทรัลเวิลด์ เอเชียทีค และไอคอนสยาม คงต้องระวังเรื่องคนแออัด ส่วนสถานที่ปิดต้องมีการควบคุมจำนวนคนตั้งแต่ทางขึ้นบันไดเลื่อน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์คนแน่นจนล้ม ที่ผ่านมาไม่มีการเตรียมทางหนีไฟ มีของวางกีดขวางประตู ประตูหนีไฟล็อกคล้องโซ่ ไม่มีป้ายสัญลักษณ์ แต่พอลงพื้นที่ตรวจเชื่อว่าจะดีขึ้น บางที่มาตรวจก็ไม่ได้บอกล่วงหน้า ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นตัว

“ส่วนวัสดุติดไฟง่าย อย่างสำลี ก็ไม่แนะนำให้ตกแต่งภายในอาคาร ซึ่งเป็นการขอความร่วมมือ ปัจจุบันยังไม่มีกฎระเบียบควบคุมวัสดุตกแต่งอาคารที่ติดไฟง่าย อนาคตจะมีการผลักดันควบคุมให้เข้มข้นขึ้น”
“ถ้ามีเรื่องใดดูแล้วไม่ปลอดภัย หรือมีจุดไหนที่กระทำผิดกฎหมาย สามารถส่งเรื่องร้องเรียนผ่านทางทราฟฟี่ฟองดูว์ได้ ซึ่งเราจะไปช่วยตรวจให้ด้วย” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการตรวจสอบสถานบริการต่างๆ ซึ่งผู้ประกอบการได้ทยอยปรับปรุงทางหนีไฟ ให้ตรงกับข้อบังคับของ กทม. เพื่อสามารถเปิดดำเนินการได้
ด้าน ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการตรวจสอบสถานบริการ และสถานประกอบการที่คล้ายกับสถานบริการมาโดยตลอด โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งเชื้อเพลิง ซึ่งนำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อย่าง ซานติก้า และเมาท์เทนบี มาเป็นบทเรียน ทั้งนี้ ได้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุของทางสำนักฯ และส่วนของผู้ประกอบการแล้ว
สำหรับประชาชนที่พบเห็นเหตุเพลิงไหม้หรือเหตุสาธารณภัยอื่นๆ สามารถแจ้งเหตุทางโทรศัพท์ สายด่วน 199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


