ผบช.ภ.3 เปิดแผนป้องกัน-ลดอุบัติเหตุช่วงหยุดยาวปีใหม่คุมเข้ม 7 วันถึง 4 ม.ค. 66

22.12.22 | 13:54 น.

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 3(ผบช.ภ.3) เปิดเผยแผนอำนวยความสะดวกจราจร ป้องกันและลดอุบัติทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ของตำรวจภูธรภาค 3(ภ.3) ว่าในห้วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงที่ประชาชนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆและกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับเป็นประเพณีนิยมจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของบริษัทและห้างร้าน รวมทั้งการจัดงานรื่นเริ่งของภาคส่วนต่างๆ ทำให้มีการใช้รถยนต์ในการเดินทางกันเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางหลวงสายหลัก ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าห้วงเวลาปกติ เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก

พล.ต.ท.สมประสงค์ กล่าวว่า ภ.3 เป็นหน่วยงานหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ซึ่งมีภารกิจและหน้าที่ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกด้านการจราในช่วงเทศกาลดังกล่าวจึงจัดบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการในลักษณะยึดพื้นที่เป็นที่ตั้ง และการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงานทหารในพื้นที่และภาคประชาสังคมในการดำเนินงานเข้มแข็งและต่อเนื่อง ตลอดจนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน หมู่บ้าน อาสาสมัครต่างๆและประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมและเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ทั้งจากคน ยานพาหนะ ถนนและสิ่งแวดล้อม ในเหลือน้อยที่สุด รวมทั้งเพื่อดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยให้ความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เคร่งครัดและต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกและความตระหนักด้านความปลอดภัย ให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชน

พล.ต.ท.สมประสงค์ กล่าวอีกว่าการปฎิบัติด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน มาตรการการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจังและต่อเนื่องตามมาตรการ 10 ข้อหลัก โดยการตั้งจุดตรวจ กวดขันวินัยจราจร หรือจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ บริเวณที่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อยับและลดพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ใช้รถใช้ถนน กรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่จราจร เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หรือผู้ขับขี่มีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าเมาสุรา ให้ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์โดยวิธีการเป่าจากลมหายใจ กรณีไม่สามารถตรวจวัดทางลมหายใจได้ เนื่องจากบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ให้นำตัวผู้ขับขี่ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตส่งสถานพยาบาล โดยเร็วภายใน 4 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จากเลือด หากการส่งตัวเข้ารับการตรวจช้าจะมีผลให้ระดับแอลกอฮอล์ลดต่ำลง นอกจากนี้ยังจัดชุดสายตรวจเคลื่อนที่ทำงานแบบสุ่มตรวจ มุ่งเน้นการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ในหมู่บ้านหรือชุมชน เพื่อป้องปรามมิให้ผู้ขับขี่รถขณะมึนเมาและฝ่าฝืนกฎจราจร พร้อมออกสำรวจตรวจจุดเสี่ยงในพื้นที่ร่าเริงรวมทั้งพฤติกรรมการเสี่ยงขับขี่ขณะมึนเมา และควบคุมการจำหน่ายสุราตามเวลาที่กฎหมายอนุญาต ตั้งแต่เวลา 11.00 น.-14.00 น. และ 17.00 น.-24.00 น. หากพบเห็นการจำหน่ายสุราเกินกว่าเวลาที่กฎหมายอนุญาต ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผบช.ภ.3 กล่าวว่ามาตรการเชิงรุกกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์(จยย.) ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยแยกผู้ขับขี่ออกจากรถ จยย.ในรูปแบบของการรับฝากรถ หากพบผู้ขับขี่ดื่มสุราแต่ยังไม่เกินเกณฑ์หรือกฎหมายกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับขี่ซ้อนสาม หรือมีพฤติกรรมอื่นอันอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นให้ใช้การบังคับโดยฝากรถจยย.ไว้กับเจ้าหน้าที่ แล้วมารับรถกลับในภายหลัง พร้อมเข้มงวดกวดขันเด็กและเยาวชนผู้ขับขี่รถจยย.ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ถ้าตรวจพบให้ยึดรถไว้ และแจ้งบิดา มารดา หรือผู้ปกครองมารับตัวกลับไป และให้เจ้าของรถมารับรถคืนภายหลัง สำหรับผู้ที่อยู่ในอาการเมาสุราให้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และให้สืบสวนสอบสวนขยายผลเอาผิดร้านค้าหรือสถานประกอบการที่จำหน่ายสุราให้แก่ผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนในช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน(29 ธ.ค.-4 ม.ค. )ของเทศกาลปีใหม่ 2566 ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยสาเหตุมาจากเมาแล้วขับ

พล.ต.ท.สมประสงค์ กล่าวว่าขอความร่วมมือกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุก ให้หยุดประกอบกิจการหรือหลีกเลี่ยงการใช้รถบรรทุกในการประกอบกิจการในช่วงเทศกาลปีใหม่ ยกเว้นสินค้าที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน สามารถขนส่งได้ดดยพยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางและช่วงเวลาที่ประชาชนใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก พร้อมให้ตำรวจเฝ้าระวังจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและเส้นทางลาดชัน จุดตัดทางรถไฟ โดยให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันในการแก้ไขปัญหา เช่นจัดทำป้ายเตือนเพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น จัดทำคลื่นระนาดบนผิวถนนเพื่อชะลอความเร็วของรถ และติดตั้งสัญญาณไฟหรือสัญญาณเสียงเป็นต้น

Advertisement