‘ทวิดา’ ปล่อยไว้ไม่ได้ ‘กทม.ถูกล้อ’ เป็นเมืองที่มีแต่คนป่วย ส่งหน่วยบริการ ‘ตรวจสุขภาพ’ ถึงย่านบางบอน

22.12.22 | 14:16 น.

‘ทวิดา’ จะแก้ให้ได้ ‘เคยมีคนล้อ กทม.’ เป็นเมืองที่มีแต่คนป่วย ส่งหน่วยบริการ ตรวจสุขภาพเชิงรุกถึง ย่านบางบอน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม ที่วัดนินสุขาราม เขตบางบอน รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ “โครงการกรุงเทพฯ ห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ

สำหรับกิจกรรมในวันนี้มี พระอาจารย์ชัยรัตน์ ธีรปุญโญ เจ้าอาวาสวัดนินสุขาราม นายสุขสันต์ กิตติศุภกร รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายสุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย นายแพทย์ขจิต ชูปัญญา ประธานมูลนิธิช่วยการสาธารณสุขชุมชน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นางทวีพร โชตินุชิต ผู้อำนวยการเขตบางบอน น.ส.บุสรา นิลเต๊ะ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เขตบางบอน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักอนามัย สำนักงานเขตบางบอน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เขตบางบอน อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน ศูนย์บริการสาธารณสุข 65 พระภิกษุสงฆ์ สามเณร และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรม

รศ.ดร.ทวิดากล่าวว่า การออกหน่วยแพทย์และบริการสาธารณสุข เป็นกลไกที่ทางกรุงเทพมหานครมีมาแต่เดิมแล้ว ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขได้พยายามทำให้สุขภาพของประชาชนดีขึ้น

เคยมีคนล้อกรุงเทพมหานคร ว่าเป็นเมืองที่มีแต่คนเจ็บป่วย เหตุผลเพราะว่าหมอเราเก่ง แต่ว่าเป็นเมืองที่ไม่ดีเลยสำหรับการแก่ เพราะจะรู้สึกทรมานมาก ไม่ว่าจะเดินไปไหน จะใช้ชีวิตอย่างไร คุณภาพอากาศจะสะอาดไหม เราจะมีคนดูแลสุขภาพ จะมีพื้นที่ออกกำลังกาย จะมีอาหารราคาถูกที่เราหาซื้อได้ในพื้นที่หรือเปล่า การแก้โจทย์เพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกท่านอยู่อย่างมีความสุข ประกอบกับเงื่อนไขที่ว่า ใครจะคอยดูแลเราเมื่อเรามีปัญหาด้านสุขภาพ ดังนั้น การออกหน่วยแพทย์และบริการสาธารณสุขเคลื่อนที่ จึงเป็นการให้บริการดูแลสุขภาพเชิงรุกแก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทางสำนักอนามัยทำมาแล้วเป็นเรื่องปกติ แต่เราจะพยายามเพิ่มความถี่ให้มากขึ้น

Advertisement

จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในหลายๆ เรื่อง พบว่าอุปกรณ์อาจไม่เพียงพอ เราไม่สามารถออกหน่วยทุกวันได้ในหลายพื้นที่ จึงต้องหมุนเวียนสลับกันไปในพื้นที่ อาจทำให้เกิดความหนาแน่นเวลามาออกหน่วย ในส่วนปัญหาตรงนี้ กรุงเทพมหานครจะยกระดับการให้บริการของศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ ศูนย์สุขภาพชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวกและมากขึ้น” รศ.ดร.ทวิดากล่าว

สำหรับ “โครงการกรุงเทพฯ ห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ” กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ได้จัดทำขึ้นตามนโยบายของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ให้มีบริการเชิงรุกตรวจสุขภาพถึงชุมชน โดยบูรณาการกับหน่วยงาน ภาคีเครือข่าย จัดหน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่ เพื่อให้บริการเชิงรุกในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 สำนักอนามัย ร่วมกับสำนักงานเขตบางบอน ประธานชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร และศูนย์บริการสาธารณสุข 65 รักษาศุข บางบอน จัดหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ ณ วัดนินสุขาราม เขตบางบอน โดยกิจกรรมประกอบด้วย การตรวจคัดกรองสุขภาพ รักษาโรคเบื้องต้น บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนโควิด-19 ให้บริการรถเคลื่อนที่ ได้แก่ รถคัดกรองมะเร็งสตรี รถตรวจจอประสาทตา รถเอกซเรย์เคลื่อนที่ รถทันตกรรม รถคลายเครียด หน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ ทำหมัน ฉีดวัคซีน ฝังไมโครชิป สุนัขและแมว กิจกรรมเสริมภูมิคุ้มกันให้คำปรึกษาเรื่องยาเสพติด ให้คำแนะนำเรื่องการใช้ยา อาหารเสริม การให้ความรู้เฝ้าระวังโรคติดต่อในพื้นที่ นอกจากนี้ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุขชุมชน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ให้การสนับสนุนแว่นสายตายาว และมีการจำหน่ายของดีเขตบางบอน

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร มีหน้าที่ดูแลประชาชนอย่างครบวงจร ด้วยภารกิจในการให้บริการอันหลากหลาย ทั้งการแพทย์สาธารณสุข การศึกษา การส่งเสริมอาชีพ และด้านอื่นๆ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมที่ดี และมีความสุข ตามนโยบายหน่วยเชิงรุก Mobile Medical Unit มีการจัดหน่วยสาธารณสุขเคลื่อนที่ในศาสนสถาน ทุกวันศุกร์ ครอบคลุม 50 สำนักงานเขต และจัดหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสวัสดิการด้านการตรวจคัดกรองสุขภาพพื้นฐาน ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย ลดเวลาและภาระค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง ยกระดับการเข้าถึงการรักษาพยาบาลคุณภาพดีใกล้บ้าน ในระดับเส้นเลือดฝอย รวมถึงการจัดจำหน่ายของดีสำนักงานเขตในพื้นที่ ซึ่งเป็นการส่งเสริมรายได้ในชุมชนอีกทางหนึ่ง

โดยวันนี้ รศ.ดร.ทวิดา พร้อมด้วยคณะฯ ได้ตรวจเยี่ยมเคสผู้ป่วย และมอบรถเข็น พร้อมถุงยังชีพ ซึ่งเป็นเคสผู้ป่วยชายไทย อายุ 67 ปี ค้นพบเคสจากทีมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนที่ทำงานในพื้นที่ แจ้งทีมพยาบาลศูนย์บริการสาธารณสุข 65 ให้ดูแล ทีมพยาบาลได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดัน หัวใจ ขาบวม 2 ข้าง รักษาที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ รับยาตามอาการ ล่าสุดมีอาการขาบวม แพทย์รับทราบตลอด โดยให้ยามารับประทาน ผู้ป่วยมีอาชีพ ขายของชำ สามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ได้เอง อาศัยอยู่คนเดียว แต่มีญาติอยู่บ้านใกล้เคียงคอยดูแล เนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ของเขตบางแค ทีมพยาบาลศูนย์บริการสาธารณสุข 65 จึงได้ส่งต่อเคสให้ศูนย์บริการสาธารณสุข 40 ดูแลต่อ ซึ่งเป็นการดูแลร่วมกัน