คุมฝากขัง สาวแอบอ้าง “หญิงแม้น” ลวงเหยื่อเข้าพระราชพิธีฯ ศาลให้ประกัน 1แสนห้ามออกนอกประเทศ

26.11.16 | 13:25 น.

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม น.ส.อโนทยาพัฒน์ สิทธีรผล อายุ 27 ปี ข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงเป็นบุคคลอื่นหลังจากแอบอ้างว่าเป็น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต แล้วหลอกว่าสามารถพาเข้าร่วมพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมาท้องที่สน.พระราชวังตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ สน.พระราชวัง เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวน.ส.อโนทยาพัฒน์ ไปขออำนาจฝากขังที่ศาลอาญารัชดาภิเษก โดยน.ส.อโนทยาพัฒน์อยู่ในสภาพอิดโรยและคุยโทรศัพท์มือถือระหว่างที่เจ้าหน้าที่พาตัวออกมาจากห้องขังและพาขึ้นรถตำรวจไปศาลทันที โดยไม่ได้หยุดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวแต่อย่างใด

ต่อมาเวลา 10.00น. ที่ศาลอาญา  ร.ต.อ.มนตรี คำขาว พนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง นำตัว น.ส.อโนทยาพัฒน์ อาชีพขายตุ๊กตาออนไลน์  ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก โดยพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์ในคำร้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ,22 และ 23 พ.ย. 2559 ผู้ต้องหานี้ได้แอบอ้างว่า เป็น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์ – ชูโต หรือหญิงแม้น บุตรสาว พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล กับผู้เสียหาย 17 รายว่า สามารถพาเข้าไปสักการะพระบรมศพฯในพระบรมมหาราชวัง และฟังพิธีสวดพระพิธีธรรมได้ใกล้ชิดกว่าบุคคลอื่น โดยผู้เสียหายได้จ่ายเงินให้ผู้ต้องหาเป็นค่าตอบแทนประมาณ 100,000 บาท ผู้ต้องหาได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นราชสกุล “ยุคล” ซึ่งล้วนเป็นความเท็จ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ. 2314/2559 ลงวันที่ 24 พ.ย. 2559 แจ้งข้อหาดำเนินคดีข้อหา ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ฉ้อโกงประชาชน และแสดงความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนต้องสอบปากคำพยานอีก 10 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์มือผู้ต้องหา และอื่น ๆ จึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ ไว้ 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. – 7 ธ.ค. โดยพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันแต่อย่างใด ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 100,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้วอนุญาตให้ผู้ต้องหามีประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
ด้าน น.ส. อโนทยาพัฒน์ กล่าวภายหลังศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราว ว่าตนได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาตั้งแต่ชั้นสอบสวน ส่วนจะมีการยื่นคำร้องขอให้ศาลลงโทษสถานเบาสุดอย่างไรนั้น ต้องขอปรึกษาทนายความเพื่อดูข้อกฎหมายอีกครั้ง