วันที่ 26 พฤศจิกายน มีกำหนดเปิดเวทีรับฟังความเห็นในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 25 เมกะวัตต์ ของบริษัท จะนะ กรีน จำกัด โดยใช้สถานที่ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งพบว่าสถานการณ์ตึงเครียดตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มชาวบ้านเครือข่ายรักษ์ถิ่นเกิดตำบลคู ที่เป็นกลุ่มคัดค้านโครงการนี้ ได้เดินทางมายังหน้าสถานที่นี้ตั้งแต่กลางดึก โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจะนะ กำลังกองร้อยชุดควบคุมฝูงชน ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา กำลังอาสารักษาดินแดนจะนะ และกำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยกว่า 300 นาย

นอกจากนี้ บริเวณด้านหน้าซึ่งติดถนนสายหลักเส้นทางปัตตานี-หาดใหญ่ ได้มีการปิดการจราจร 1 ช่องทาง บริเวณด้านหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านนา ได้มีการล้อมรั้วลวดหนามบริเวณโดยรอบอาคารที่มีรั้วอยู่แล้ว มีการขุดคูระบายน้ำให้กว้างขึ้น คาดว่าเป็นการป้องกันชาวบ้านกลุ่มคัดค้านบุกเข้าไปข้างใน โดยประตูรั้วของสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านนา ทุกด้านปิดทั้งหมด มีช่องทางเดียวที่เปิดให้เข้าไปภายใน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ตรวจสอบก่อนเข้าไปภายใน

ในขณะเดียวกัน บริเวณชั้น 2 และ 3 ของอาคารแห่งนี้ ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณ 50 คน เข้ามาตรึงพื้นที่อยู่ภายในตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมเวทีประชาพิจารณ์ในครั้งนี้
จากนั้นเวลา 08.30 น. วันเดียวกัน มีตัวแทนนักเรียนและผู้ปกครองโรงเรียนจะนะชนูปถัมภ์ ที่เดินขบวนมาพร้อมกับวงโยธวาทิตของโรงเรียนกว่า 500 คน พร้อมป้ายคัดค้านโครงการ เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานที่ที่จะใช้ก่อสร้างโครงการ ทำให้กลุ่มผู้คัดค้านโครงการนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์แล้วมองว่าอาจจะเกิดความรุนแรงขึ้น หากยังเดินหน้าเปิดเวทีรับฟังความเห็น จึงได้เชิญแกนนำของเครือข่ายรักษ์ถิ่นเกิดตำบลคูร่วมเจรจา ที่ห้องประชุมบริษัท อีซูซุ หาดใหญ่ จำกัด สาขาอำเภอจะนะ ที่อยู่ติดกับสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านนา

ภายหลังใช้เวลาในการประชุมร่วมกันนาน 1 ชั่วโมง ได้ข้อสรุปที่จะยกเลิกเวทีรับฟังความเห็นในครั้งนี้ออกไปก่อน เพื่อลดกระแสการต่อต้าน โดยทางนายมูหัมหมัด ล่าเม๊าะ แกนนำเครือข่ายรักษ์ถิ่นเกิดตำบลคู เปิดเผยว่า หลังจากการเจราร่วมกับฝ่ายเจ้าหน้าที่นาน 1 ชั่วโมง ได้ข้อสรุปที่จะยุติเวทีในครั้งนี้ไปก่อน และขอให้ทางฝ่ายบริษัทจะนะกรีน จำกัด หยุดพฤติกรรมทุกอย่างในการเดินหน้าโครงการ ห้ามเข้าในพื้นที่ เป็นเวลา 1 เดือน แต่หลังจาก 1 เดือน หากจะเข้าไปดำเนินการใดๆ จะต้องไปอย่างเปิดเผย เพื่ออธิบายข้อดีข้อเสียของโครงการ โดยไม่นำผลประโยชน์ใดๆ เข้าไปในชุมชน ห้ามเข้าไปแทรกแซงหน่วยงานรัฐทั้งหมด ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับอำเภอ ชาวบ้านในพื้นที่ยินดีให้ความร่วมมือ รับฟัง โดยเมื่อได้ข้อสรุป จึงได้มีการแจ้งให้ชาวบ้านและนักเรียนที่ชุมนุมร่วมรับทราบ ต่างโห่ร้องแสดงความยินดี บางรายถึงกับน้ำตาไหล ก่อนจะทยอยเดินทางกลับ เช่นเดียวกับฝ่ายเจ้าหน้าที่
นายอุสมาน ล่าเม๊าะ แกนนำเครือข่ายรักษ์ถิ่นเกิดตำบลคู กล่าวว่า รู้สึกยินดีอย่างมาก ที่การประชาพิจารณ์ไม่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นเวทีอัปยศ ที่นอกจากจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาตรึงพื้นที่ปิดกั้นประชาชนแล้ว ยังมีการเตรียมการให้มีผู้สนับสนุนอยู่ภายในก่อนแล้ว อีกทั้งยังมาทำกันนอกพื้นที่โครงการ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ยืนยันไม่ต้องการให้เกิดโครงการนี้ขึ้นในพื้นที่

สำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในวันนี้ มีนางจินตวดี พิทยเมธากูล ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา และนายรุ่งโรจน์ และสุบ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา เข้าร่วมในการสังเกตการณ์ และเจรจากับชาวบ้าน โดยนางจินตวดีกล่าวว่า เมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ฝ่ายคัดค้านล้อมอยู่ด้านนอกอาคาร และด้านในมีฝ่ายสนับสนุนอยู่ ก็ต้องยุติเวทีประชาพิจารณ์ลงชั่วคราว โดยฝ่ายคัดค้านก็อ้างว่าเป็นการจัดเวทีรับฟังความเห็นนอกพื้นที่ ซึ่งจริงๆ นั้นสามารถทำได้ แต่เมื่อมีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น ก็จำเป็นต้องยุติเวทีในครั้งนี้ก่อน

