กองปราบทำคดี ประสิทธิ์ เจียวก๊ก หนีศาล จับโป๊ะเตรียมทำบัตรปชช.ปลอม ยึดทรัพย์ 265 ล้าน จ่ออีก 261 ล้าน

23.12.22 | 12:10 น.

บิ๊กก้อง แถลง กองปราบรับทำคดี ‘ประสิทธิ์ เจียวก๊ก’ หนีศาล ต่อจากเดิมอีก 11 คดี จับโป๊ะเตรียมทำบัตรประชาชนปลอม หลังแหกหัก ยึดทรัพย์แล้ว 265 ล้าน ชงปปง.ยึดเพิ่มอีก 261 ล้าน ยังไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว แจ้งข้อหา “ประสงค์”ช่วยหนี

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.ได้แถลงรวบขบวนการช่วยเหลือ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก อดีตประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน หลบหนีระหว่างขึ้นศาล ว่ากองบังคับการปราบปราม ร่วมกับสน.พหลโยธิน และศาลอาญา ได้ร่วมกับจับกุมนายประสิทธิ์ ผู้ต้องหาในคดีระดมทุนลักษณะฉ้อโกงประชาชน ทางคณะทำงานสอบสวนกลางได้ดำเนินคดีกับนายประสิทธิ์ จำนวน 6 คดี คดีหลักคือ ประเภทธุรกิจระดมทุน โดยหลอกให้คนลงทุนให้สัญญาว่า จะได้กำไร เดือนละ 10เปอร์เซน ปีละ 120 เปอร์เซนทำให้คนเกิดความหลงชื่อ ลงเงินไปจำนวนมาก สุดท้ายไม่สามารถทำได้ตามไปให้สัญญากับประชาชนไว้เกิดความเสียหายจำนวนมาก และอีก 5 คดีฟอกเงิน ปรากฎว่าเมื่อวานนายประสิทธิ์ได้มาที่ศาลอาญา มีการวางแผนหลบหนี โดยจังหวะที่ขึ้นบัลลังก์ชั้น 9 ได้ออกอุบายบอกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ว่าจะเข้าห้องส้วม ขณะนั้นมีการควบคุมจำเลย 2 คน คือนายประสิทธิ์ และนายสมประสงค์ ขณะนั้นนายประสิทธิ์ได้วางแผนแรกว่า ทีมงานเอาชุดไปรเวทมาให้ห้องส้วมข้าง ๆแอบส่งเข้าไป และตัวนายประสิทธิ์มีกุญแจที่ปลดตรวนตัวเองได้ แล้วเปลี่ยนชุดไปรเวท แล้วพยายามหลบหนีออกมา แผนสอง เตรียมเสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ วิกผม หนวด และอุปกรณ์ดำรงชีพเตรียมไว้ในรถอีกชุดหนึ่ง และมีคนเอาเงินมาให้ 11,000 บาท วางแผนหลบหนี ถือว่าเป็นการกระทำอุกอาจ ได้พยายามหลบหนีจากชั้น 9มาชั้น 3 ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ ทำให้แผนหยุดลง พบของกลางในตัวเป็นอุปกรณ์ เสื้อผ้า กุญแจ และรถอีกทีมที่เตรียมหลบหนีเจอเสื้อผ้า ซึ่งกลุ่มที่ช่วยหลบหนีเป็นกลุ่มลูกน้องของนายประสิทธิ์ แบ่งกันทำหน้าที่ต่างๆ เบิกเงินถอนเงิน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และหน่วยงานให้การช่วยเหลือหรือไม่ พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบ ไม่ได้ตัดประเด็น ตั้งข้อสังเกตเอากุญแจมาจากไหน และจังหวะที่หลบหนีจากห้องน้ำ ผ่านเจ้าหน้าที่มาอย่างไร อยู่ระหว่างซักถาม ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ดูข้อเท็จจริง ได้แจ้งข้อหากับนายสมประสงค์ ที่เอาของไปส่งห้องน้ำข้าง ๆ แล้วต่อมาได้เจอกุญแจและชุดที่นายประสิทธิ์สวม ซึ่งได้ตรวจยึดได้ สำหรับนายประสิทธิ์ได้แจ้งข้อหาหลบหนีระหว่างควบคุมตามอำนาจศาล มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ส่วนนายสมประสงค์ ผู้ช่วยเหลือจะโดนข้อหาช่วยให้ผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจศาลต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ซึ่งโทษหนักกว่านายประสิทธิ์ ส่วนเลขาฯนายประสิทธิ์และแฟนหนุ่มนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการ ใครเกี่ยวข้องดำเนินคดีหมด คดีอยู่ที่สน.พหลโยธิน จะโอนสำนวนมาที่กองปราบปราม เพราะเป็นขบวนการมีความสลับซับซ้อน อยากใช้ศักยภาพที่มีลงรายละเอียดในเชิงลึกว่ามีการวางแผนกันที่ไหน มีใครร่วมบ้าง เป็นคดีที่เกี่ยวพันกับคดีเดิมของกองปราบฯ และกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง จึงอยากทำคดีด้วยตัวเองเพื่อเก็บรายละเอียดให้ครบถ้วน

“ดูจากของกลางที่เตรียมมา มอบในศาลไม่คิดเดี๋ยวนั้น กุญแจใส่ตรวนข้อเท้า แสดงความมีการวางแผนพอสมควร ซึ่งตรวนดังกล่าวปลดในห้องน้ำ และปลดชุดที่ใส่จากเรือนจำในห้องน้ำ ส่วนกุญแจทางราชทัณฑ์อยู่ครบ น่าจะมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่านี้ แต่กี่คนต้องดูข้อเท็จจริง ตอนนี้รู้ตัวละครหมดทุกตัวอยู่แล้วที่ช่วยนายประสิทธิ์หลบหนี ตั้งแต่เราทำคดีหลัก ว่าใครทำหน้าที่อย่างไร ข้อมูลเดิมมีอยู่แล้วมาขยายผลต่อได้ อาจมีรายละเอียดมากกว่าที่โรงพักทราบข้อมูล สำหรับผู้ต้องหาที่เข้าห้องน้ำอีกคน เห็นนายประสิทธิ์ค่อนข้างตกใจว่านายประสิทธิ์เปลี่ยนชุดไปได้อย่างไร มีการทัก มีการร้อง ดูแล้วไม่ได้ร่วมวางแผนด้วย ” พล.ต.ท.จิรภพ กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดมีผู้ร่วมกระบวนการมากกว่านี้หรือไม่ พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า คิดว่ามีมากกว่านี้ และมีข้อมูลอีกชุดการทำบัตรประชาชนปลอม คือในทีมงานนายประสิทธิ์ พบว่าไปจ้างคนทำบัตรประชาชนปลอมทำชื่อใหม่ของนายประสิทธิ์ ปรากฎว่าไปทำในเพจที่หลอกเขาอีกที คือโดนต้มซ้ำ เลยรู้ว่าพยายามทำแต่ไม่ได้บัตรประชาชนมา แต่จะทำไปทำที่อื่นอีกด้วยหรือไม่ อยู่ระหว่างขยายผล

เมื่อถามว่า ได้สอบถามนายประสิทธิ์ถึงสาเหตุหนีหรือไม่พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า ยังไม่มีโอกาสคุยนายประสิทธิ์เท่าไหร่ แต่คิดว่าเขาโดนหลายคดี โทษไม่น่าจะน้อย คดีหลัก 6 คดีและแต่ละคดีมีหลายกรรม และคดีฟอกเงินอีก และยังไม่รู้จะโดนเพิ่มอีกหรือไม่ จึงคิดว่าสุดท้ายถ้าแพ้คงต้องติดคุกอีกนาน และยังไม่แน่ใจว่านายประสิทธิ์ยังซุกซ่อนเงินอยู่ที่ไหนอยู่หรือเปล่า ถ้าออกไปสามารถไปเอาเงินที่ซ่อนไว้แล้วไปต่อ เมื่อถามต่อว่า เวลาขึ้นศาลนายประสิทธิ์จะมั่นใจว่าตัวเองจะได้ออกไป จะตรวจสอบหรือไม่ นายประสิทธิ์พูดได้ทุกอย่างเหมือนที่หลอกคนให้มาร่วมลงทุน เพื่อให้คนเชื่อว่าตัวเขาเองควบคุมได้ทุกอย่าง เป็นเทคนิคนายประสิทธิ์มากกว่า แต่เรื่องจริงคือศาลยังไม่ให้ประกันนายประสิทธิ์

พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป กล่าวว่า สำหรับการตรวจค้นที่สามย่านเป็นจุดที่นายประสิทธิ์ใช้ให้ลูกน้องนำของใช้ไปเก็บในล็อคเกอร์ ไปเปลี่ยนชุด และของใช้ดำรงชีพ จากการสอบถามพบว่าต่อมาเอาของที่ล็อกเกอร์เอามาใส่รถแล้ว เป็นเสื้อผ้า ของดำรงชีพ สบู่ ยาสระผม 53 รายการ ส่วนล็อเกอตอร์ที่ปทุมวันมีรองเท้า 3 คู่

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า เท่าที่สอบสวนมายังไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์กำลังตั้งกรรมการสอบสวนอยู่ คงต้องดูว่าเกี่ยวข้องหรือไม่

เมื่อถามว่า แล้วเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่อยู่หน้าห้องน้ำไปไหน ระหว่างนายประสิทธิ์เข้าห้องน้ำ ตรวจสอบหรือไม่ พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า ได้ดูกล้องวงจรปิด และเรียกมาสอบถามแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมราชทัณฑ์เป็นเจ้าภาพ จะตรวจสอบร่วมกัน กลุ่มพวกนี้จะไปเยี่ยมประสิทธิ์อยู่เรื่อย ๆ ทั้งนายสมประสงค์และคนอื่น สันนิษฐานว่าระหว่างเยี่ยมมีการพูดคุยนัดแนะกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสมประสงค์ อายุ 56 ปี ที่ได้ร่วมลงทุนกับนายประสิทธิ์ กว่า 10 ล้านบาท แต่ไม่ได้แจ้งความ แต่ไม่ฟ้องร้อง มีความเป็นไปได้หรือไม่ ให้ประสิทธิ์ออกไปเพื่อไปเอาที่เก็บมาคืน พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า เป็นไปได้ แต่การกระทำอย่างนี้ผิดกฎหมาย ช่วยหลบหนีออกจากศาล

พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. กล่าวว่า คดีของนายประสิทธิ์กับพวกในส่วนบช.ก. ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.กู้ยืมเงิน และ พ.ร.บ.คอมฯ ตามคำสั่งพนักงานสอบสวนกลาง ได้มีการดำเนินคดีหลัก 6 คดีได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการหมดแล้ว ได้ฟ้องศาลแล้ว 2 คดี คือคดีแพ็ตเก็ตทอง และแพ็ตเก็ตกระเป๋าแบรนเนม ในส่วน 5 คดีที่ปปง.มาแจ้งความดำเนินฟอกเงินได้ดำเนินการสอบสวนแล้ว 5 คดี ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว 5 คดี อีก 1 คดีอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดเสร็จเดือนหน้าส่งอัยการได้

พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารูปรัชญ์ รองผบก.ปอศ. กล่าวว่า การยึดทรัพย์ประสิทธิ์ พนักงานสอบสวนได้ส่งข้อมูลทรัพย์ทั้งหมดไปปปง. การดำเนินทรัพย์ทั้งหมด เป็นอำนาจปปง.ทั้งสิ้น ขณะนี้ ปปง.ได้สั่งยึดทรัพย์มาแล้ว 3 คำสั่ง มูลค่า 265 ล้าน และมีทรัพย์อีกชุดหนึ่ง เป็นหุ้นผู้ทำประกันภัย มูลค่า 261 ล้านบาทรอคำสั่งปปง.เชื่อว่าจะมีคำสั่งยึดทรัพย์ตามมาหลังจากนี้

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวตบท้ายว่า อยากเตือนประชาชน การกระทำความผิดนายประสิทธิ์ ลักษณะระดมทุนฉ้อโกงประชาชน อยากให้สังเกต ว่าจะมีการให้สัญญาไม่ว่า รูปแบบทั้งคริปโท ฟอร์เร็กซ์ เช่นทำกำไร 10 เปอร์เซนได้อย่างน้อยต่อเดือน คือ 120 เปอร์เซนต่อปี ถ้ามีจริง คนไม่ต้องทำงานกันแล้ว ถ้าคนทำธุรกิจปกติถ้าใครลงทุนต้องรับความเสี่ยง บริษัทใหญ่ๆ ลงทุนได้ กำไร 20 เปอร์เซนดีมากแล้ว

เพราะฉะนั้นการชักชวนโดยใช้ความโลภของประชาชนมาใช้ประโยชน์ให้สังเกตว่าอะไรเกินไป ให้พึงระวังไว้ ไม่อยากให้คนไทยถูกหลอกคนพวกนี้ มีแผนประทุษกรรมมากมายแบบนี้เป็นพันๆ  ให้ระวัง ต่อไปบช.ก.ทำคดีหลอกให้ลงทุนในโลกออนไลน์จะปรับเทคนิคจากเชิงรับ เมื่อหลอกเสร็จจนไม่มีเงินจ่ายแล้วมีผู้เสียหายเป็นพันคนมาแจ้งความ เป็นเชิงลึก สอบสวนในโซเชี่ยลเชิงลึกว่า ทำธุรกิจหลอกประชาชนทำนองนี้ จะเข้าไปดำเนินการและดำเนินคดีไม่ยอมให้หลอกประชาชนจำนวนเสียหายเป็นพันล้านหมื่นล้านบาทก่อน ถ้าใครพบเห็นแจ้งได้มีเพจฟอร์ม ฮอตไลน์ 1195