วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 ที่บ้านใน หมู่ 4 บ้านพราน ต.ห้วยเหนือ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ นางอำพร ผิวเรือง อายุ 42 ปี พร้อมด้วยครอบครัวญาติพี่น้อง ได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 4 รูปมาประกอบพิธีสวดส่งวิญญาณของนางทอง วัวเพศเมีย อายุ 7 ปี ซึ่งได้ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้นางอำพรและครอบครัวมีความเสียใจมาก เนื่องจากว่าวัวตัวนี้เลี้ยงมานานแล้วและเป็นวัวที่เชื่องแสนรู้ทำให้เป็นที่รักของทุกคนในบ้าน โดยนางทองป่วยมานานประมาณ 5 วัน ไม่กินอาหารและได้ตายในเวลาไม่นาน แม้ว่าจะมีการพยายามรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ หลังจากเสร็จพิธีทางศาสนาแล้ว นางอำพร ได้จ้างรถแบ๊กโฮ ในราคา 3,000 บาท มาทำการขุดหลุมลึกลงไปประมาณ 5 เมตร และนำเอาร่างของนางทองวัวแสนรู้ลงไปฝังไว้ พร้อมทั้งมีการโปรยเงินทานและนำเอายาฆ่าเชื้อโรคมาโรยรอบบริเวณร่างของนางทอง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่อาจจะมีขึ้นได้
นางอำพร เจ้าของวัวที่ตาย กล่าวว่า ตนมีความผูกพันกับนางทอง วัวตัวนี้มาก เนื่องจากว่าเลี้ยงมานานแล้ว ต่อมาวัวของตนมีอาการป่วยไม่กินอาหาร และตนได้ซื้อยามาให้วัวกินเพื่อรักษาอาการป่วย แต่ว่าอาการไม่ดีขึ้นมีการอาการซูบผอมลง และวัวได้ตายในที่สุด ตนจึงได้นิมนต์พระมาประกอบพิธีสวดส่งวิญญาณก่อนที่จะทำการฝังร่างของนางทอง โดยจ้างแบ๊กโฮมาทำการขุดหลุมฝัง เนื่องจากเกรงว่า อาจจะมีคนมาขุดเอาซากวัวของตนไปกิน ซึ่งแม่วัวของตนตัวที่ตายนี้ได้มีคนมาเสนอขอซื้อซากวัวในราคา 70,000 บาท แต่ว่าตนไม่ขายเนื่องจากเลี้ยงมานานรักเหมือนลูกคนหนึ่ง แม่วัวตัวนี้ซึ่งมีลูกวัวอายุ 2 เดือนเศษต้องกำพร้าแม่อย่างไม่คาดคิดมาก่อน ซึ่งตนจะเลี้ยงลูกวัวให้ดีที่สุด เพื่อจะได้เป็นการระลึกถึงนางทองวัวแสนรู้ต่อไป
ด้านนายวิสิทธิชัย มณีสาร ปศุสัตว์อำเภอขุขันธ์ เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งจากนางอำพร ว่าวัวเพศเมีย อายุ 7 ปีมีลูกอ่อน 2 เดือน ได้เสียชีวิตที่บ้านของนางอำพร เกรงว่าจะเป็นโรคระบาด ตนจึงได้ให้ผู้ช่วยสัตวแพทย์ นายวัฒนา พงษ์สุระ ได้ไปทำการตรวจสอบและได้แนะนำให้ นำซากวัวที่ตายนำไปฝัง เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของโรคเบื้องต้น พร้อมทั้งมอบยาฆ่าเชื้อให้ไปพ่นรอบบริเวณที่สัตว์ตาย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเอาไว้ โดยในวันที่ 28 พ.ย.59 ตนและคณะจะเข้าไปทำการตรวจสอบหาสาเหตุของการที่วัวตายไม่ทราบสาเหตุ โดยจะทำการสุ่มเจาะเลือดวัวควายในหมู่บ้านแห่งนี้ เพื่อทำการเก็บตัวอย่างเลือดของสัตว์ในหมู่บ้านและสัตว์รวมฝูงเป็นตัวอย่างไปตรวจสอบหาสาเหตุการตายของวัวว่าเกิดจากสาเหตุอะไร หากพบว่ามีการระบาด จะดำเนินการปูพรมฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดทั้งหมดทันที
นายวิสิทธิชัยกล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีวัวของนางมณี ดวงอินทร์ อยู่บ้าน หมู่ 5 บ้านศรีอุดม ต.กันทรารมย์ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ มีอาการขาบวม มีแผลที่ปาก น้ำลายไหลตลอดเวลา ไม่กินหญ้า ตัวสั่น โดยมีวัวอยู่ 8 ตัว ตอนนี้ป่วย 6 ตัวนั้น ตนได้ไปตรวจสอบแล้วพบว่า วัวป่วยเป็นโรคปากและเท้าเปื่อย ตนจึงได้เข้าไปทำการฉีดวัคซีนให้พร้อมทั้งทำการรักษาอย่างเต็มที่เพื่อให้วัวทั้ง 6 ตัวมีอาการดีขึ้นโดยด่วน และจะมีการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในบริเวณที่เกิดเหตุและพ่นยาในรัศมี 5 กม. รวมทั้งฉีดวัคซีนในสัตว์ที่ยังไม่ป่วย ส่วนตัวที่ป่วยก็รักษาตามอาการ เช่นแผลที่ปาก ก็ฉีดยาที่กล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนและรักษาการอักเสบ ตนจึงขอฝากถึงเกษตรกรชาว อ.ขุขันธ์ว่า ในการช่วงนี้เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศเปลี่ยนแปลง วัคซีนที่ฉีดในรอบแรกภูมิคุ้มกันอาจจะลดลง และกำลังจะฉีดวัคซีนรอบที่ 1/60 หากสัตว์ป่วยไม่ควรนำออกไปเลี้ยงรวมฝูงเพื่อป้องกันการระบาดของโรค และควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เพื่อเข้าไปตรวจสอบควบคุมดูแลสัตว์ป่วยให้โดยด่วนต่อไป

