สภาทนายฯเปิดเชื่อมข้อมูลสถานะทนายกับศาล 27 ธ.ค.นี้ ลั่นจัดระเบียบพวกผิดมรรยาททนาย

23.12.22 | 13:24 น.

จากรณีมี พ่อค้ารายหนึ่งใน จ.เพรชบุรี ปลอมเป็นทนาย ด้วยการสวมรอยเลขคนอื่น มีการรับงานจริง มีทั้งว่าความแพ้และชนะ และเคยพาลูกความมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก จนต่อมามีคนจับได้กลายเป็นกระแสข่าว สร้างความเสียหายแก่องค์กรทนายความ


เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม  นายวิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตอนนี้เรื่องของคนแอบอ้างเป็นทนายปลอมนั้นทางสภาทนายฯได้แจ้งความจัดการเด็ดขาดไปแล้ว เพื่อเป็นการป้องกัน ตนจึงได้มีนโยบายทำระบบข้อมูลสถานะทนายความทั่วทั้งประเทศ และในวันที่ 27 ธ.ค. นี้ จะเริ่มทดสอบระบบครั้งแรกโดยการเชื่อมกับศาลยุติธรรม ให้สามารถดูสถานะทนายความทุกคนได้ว่า เป็นทนายความจริง ถูกพักใบอนุญาตหรือไม่สิ้นสุดเมื่อใด หรือถูกลบชื่ออกจากการเป็นทนายไปแล้วหรือไม่ โดยการมีระบบดังกล่าวจะเพิ่มความสะดวกให้กับทางศาลยุติธรรมและลูกความทุกคน อย่างไรก็ตามตนมีแนวทางในอนาคตว่าจะให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบสถานะทนายความได้เองอีกด้วย

นายกสภาทนายความ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ตนก็กำลังดำเนินการในการจัดระเบียบเกี่ยวกับเรื่องมรรยาททนายความ ซึ่งคงต้องเอาจริงกันบ้างแล้ว จากที่มีกรณีทนายชื่อดังบางคนกระทำตัวไม่เหมาะสม อาจเข้าข่ายผิดมรรยาททนายความ อาทิ การอวดอ้างว่าตนเองเก่งมีความรู้ มีสมัครพรรคพวกทำให้จะได้รับผลพิเศษ , การนำข้อมูลความลับของลูกความข้อเท็จจริงที่ลูกความไม่ยินยอมออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ , การพูดหรือโพตส์ เขียน ขึ้นป้ายด้วยถ้อยคำรุนแรง หยาบคาย คำไม่เหมาะสม สู่สาธารณะชน ที่กล่าวข้างต้นเหล่านี้ผิดข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 ซึ่งผู้ร้องเรียนทนายความผิดมรรยาทนั้น มี3ช่องทางคือ ผู้เสียหายมาร้องเรียนเอง ,ทนายความคนอื่นมาร้องเรียน และสุดท้าย เมื่อความปรากฎคณะกรรมการมรรยาทสามารถยกขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงและวินิจฉัยลงโทษได้เอง

ในส่วนเหตุทนายความถูกยิงบนโรงพักที่เป็นข่าวนั้น ทนายความคนดังกล่าวเดินทางมาเจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่ความของอีกฝ่าย แต่กลับถูกยิงไปด้วย ตั้งข้องสงสัยเกี่ยวกับการตรวจอาวุธ การที่มีคนไทยพกพาปืนไปที่สาธารณะ ง่ายๆ ก็อยากให้ผู้มีอำนาจหามาตรการดูแลอย่างจริงจัง สำหรับทนายความที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำงานนั้น สภาทนายฯก็มี สวัสดิการช่วยรักษาค่าพยาบาลซึ่งเป็นกองทุนส่วนกลางไว้อยู่แล้วและจะมีการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทนายความที่ทำงานข้างนอก แต่เมื่อสอบถามตรวจสอบ เรื่องดังกล่าวสร้งความกังวลใจกับทนายอาสานั่งประจำโรงพักหรือไม่ พบว่าทุกคนยังมีขวัญและกำลังใจดี พร้อมที่จะให้คำปรึกษากับประชาชนต่อไป

Advertisement