ลุงกิตติ ถวายผลงานเหรียญพระรูป ‘พระองค์ภาฯ’ ประทับใจทรงทำให้ผมเห็นคุณค่าในตัวเอง
ตามที่ สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร โดยทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 และเปิดลงนามถวายพระพร ระหว่างเวลา 08.00-16.00 น. ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไม่เว้นวันหยุดราชการนั้น
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีหน่วยงาน องค์กร คณะบุคคล และประชาชนจากทุกสารทิศ เดินทางมาลงนามถวายพระพรและนำแจกันดอกไม้มาถวาย เบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อขอให้พระองค์มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ว อาทิ นางอโศก พุดทอง นายกสมาคมสโมสรลูกเสือวิสามัญแห่งประเทศไทย, ผศ.มนูญ โต๊ะอาจ เลขานุการชมรมสถาบันพัฒนาผู้นำศาสนาอิสลามสำนักจุฬาราชมนตรี, นายอิทธิพันธ์ บัวทอง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร, เหล่าแฟนคลับณเดชญาญ่า, นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย, นายธีระเดช จิราธิวัฒน์ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, นายศักดา สัจจะมิตร ประธานชมรมสันติสุขไทย-อินเดีย เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จิตอาสาพระราชทานนำอาหารพระราชทาน พร้อมน้ำดื่มและอาหารว่าง มาแจกให้กับประชาชนที่มารับบริการทางการแพทย์และประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร ที่ชั้น1 ด้านข้างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์
โดยอาหารพระราชทานจัดเป็นมื้อกลางวัน พระราชทานในเวลา 11.00 น. วันนี้เป็นเมนูข้าวเหนียวหมูปิ้ง และอาหารว่าง พระราชทานในเวลา 13.00 น. พระราชทานทุกวัน
ขณะที่บรรยากาศประชาชนมาลงนามถวายพระพร เนื่องจากเป็นวันหยุดสัปดาห์จึงพาครอบครัวเดินทางมาด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกสำนักในพระกรุณาธิคุณ
ข่าวเกี่ยวข้อง : ทนายความ ชื่นชม โครงการกำลังใจใน ‘พระองค์ภาฯ’ ช่วยผู้ต้องขังหญิงและเด็กได้จริง
นายกิตติ วรพิทักษ์ อายุ 69 ปี เดินทางมาจากเขตบางกอกใหญ่ จ.กรุงเทพฯ นำผลงานศิลปะทำจากเหรียญพระรูปพระองค์ภาฯในพระอิริยบทต่างๆ มาถวาย กล่าว ผมไม่ใช่ศิลปิน ไม่มีความรู้ทางด้านศิลปะเลย แต่ทำด้วยใจรัก และศรัทธา อย่างผลงานนี้ขนาดสูง 99 เซนติเมตร ยาว 79 เซนติเมตร น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 กิโลกรัม

นายกิตติ กล่าวอีกว่า ผลงานนี้เริ่มทำเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็พยายามหาพระรูปได้มา 80 พระรูป มาคัดเหลือ 7 พระรูป ตามวันประสูติ 7 ธันวาคม ก่อนเริ่มทำผลงานซึ่งมีเหรียญสลึงบาท เหรียญบาท เหรียญสองบาท มาวางตามพระรูป โดยแต่ละเหรียญพระเศียรจะหันตรงทั้งหมด ส่วนตรงกลางของภาพเป็นเลข ๙ เพราะอยากสื่อถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้ทรงคุ้มครองพระองค์จากข้างใน และเหรียญที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง รัชกาลที่ 10 ให้ทรงคุ้มครองพระองค์จากข้างนอก รวมใช้เวลาทำ 2 วัน จบเวลา 04.40 น. วันที่ 22 ธันวาคม ซึ่งตรงกับพระชนมมายุ 44 พรรษา แบบไม่ได้ตั้งใจ

“อยากทำมาให้ประชาชนได้ชื่นชมก่อน แล้วจะถวายช่วงเย็นวันนี้ อยากทำเพื่อพระองค์ อยากให้ทรงตื่นบรรทมได้แล้ว” นายกิตติกล่าวและเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อพระองค์ภาฯว่า
“ผมเคยเกือบเป็นโรคซึมเศร้าและคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า จนวันหนึ่งได้เจอพระองค์ วันที่ 23 ตุลาคม 2563 วันนั้นผมไปกราบบูรพกษัตริย์ที่ปราสาทพระเทพบิดร ในวัดพระแก้ว วันนั้นในหลวง พระราชินี และพระองค์เสด็จฯ ผมก็นั่งเฝ้าฯรับเสด็จอยู่ริมทาง ก็นำผลงานเหรียญแบบนี้ ซึ่งตอนนั้นทำเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ปรากฏว่า พระองค์ภาฯพระดำเนินมาหยุดที่ข้างหน้าผม ทรงทอดพระเนตรผลงานอย่างตั้งพระทัย แล้วตรัสว่า “ไอเดียเป็นเลิศ คิดได้ยังไง แล้วคิดยังไงถึงทำ” ผมตอบพระองค์ว่าเพราะรักในหลวง ร.9 จากนั้นทรงตรัสว่า “ขอบใจ” พระสุรเสียงสั่นๆ ได้ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองก็มีคุณค่า และติดตามพระองค์เรื่อยมา จริงๆ ผมอาจไม่ทราบว่าพระองค์ ทรงทำโครงการอะไรมาบ้าง แต่ประทับใจคำพูด กิริยาท่าทางของพระองค์ ทรงเข้าหาประชาชน อย่างเคยเห็นทรงคลานไปเช็ดพระบาทในหลวง ร.10 แล้วคลานออกทักทายประชาชน” นายกิตติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนที่ผ่านไปมาถ่ายเข้ามาขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมาก



