เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน นายชิติ เจริญรัตนประภา หรือลุงชง ชายวัย 60 ปี ชาวกรุงเทพฯ ผู้ป่วยโรคท้าวแสนปม ซึ่งอาศัยอยู่ อ.เบตง จ.ยะลา เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยได้เดินทางมาถึงสนามหลวงตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันที่ 25 พฤศจิกายน และมาถึงที่เต็นท์ในสนามหลวงเพื่อเข้าคิวตั้งแต่เวลา 04.30 น. ของเช้าวันนี้ อันเป็นเวลาที่เจ้าหน้าที่ให้เริ่มตั้งแถวรอเพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ โดยหลังจากที่ได้กราบสักการะแล้วจะเดินทางไปทัศนศึกษาโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ ที่ จ.เพชรบุรี และกลับอำเภอเบตงต่อไป
นายชิติกล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพ ซึ่งถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นความฝันที่อยากให้เป็นจริงตลอด นอนไม่หลับตลอดทั้งคืน แม้ว่าจะมาตั้งแต่เช้าและเฝ้ารอคิวนับ 10 ชั่วโมง แต่ก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างไร เมื่อขึ้นไปกราบก็รู้สึกตื้นตันใจและภูมิใจที่ได้มีโอกาสสักครั้งหนึ่งได้ทำฝันให้เป็นจริง
“ไม่ว่าประเทศไหนก็ไม่มีกษัตริย์ประเทศใดเหมือนกับเรา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงทำเพื่อเราทุกคน ไม่ว่าที่ไหน ทุรกันดารเพียงไรก็จะไปช่วยเหลือทุกที่ ดังที่เคยอ่านหนังสือของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่เคยบันทึกไว้ว่าพระองค์ทรงรับฟังความทุกข์ร้อนของราษฎร และช่วยบรรเทาทุกข์ผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ ทั้ง 4,000 กว่าโครงการ เรียกว่าเป็นความรักที่บรรยายไม่ถูก ส่วนตัวจะยึดเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน ประหยัด มัธยัสถ์”
“เมื่อก่อนตอนที่ทำอาชีพค้าขายหนังสืออยู่บริเวณแผงหนังสือแถวสนามหลวง ก็จะมีโอกาสได้รับเสด็จตามเส้นทางเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯไปทรงประกอบพระราชกรณียกิจตามที่ต่างๆ โดยทุกครั้งจะทรงโบกพระหัตถ์ให้ ทำให้รู้สึกประทับใจที่พระองค์ไม่ทรงถือตัว เป็นความสุขที่ยังจดจำจนวันนี้” นายชิติเผย






