บิ๊กเด่น เผยรวบ 9 ผู้ต้องหาฟอกเงิน-ค้ายาเครือข่ายตู้ห่าว เตรียมส่งฝากขังพรุ่งนี้
“บิ๊กเด่น” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เผยรวบ 9 ผู้ต้องหาฟอกเงิน-ค้ายาเครือข่ายตู้ห่าว เตรียมส่งฝากขังพรุ่งนี้ อุบเรื่องแจ้งฟอกเงินตู้ห่าว สำนวนเดินหน้าส่งทันก่อนครบกำหนดฝากขังให้ อสส.พิจารณา 1 ฝากแน่นอน ชี้ตำรวจมีอำนาจดำเนินคดีฟอกเงิน ส่วนดีเอสไอจะทำให้ไปถาม อสส.ในฐานะผู้มีอำนาจตามกฎหมายก่อน
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้าคดี นายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ กับพวก ผู้ต้องหา ฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาอี, เฮโรอีน) อันเป็นการมีไว้จำหน่ายเพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ, สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด, ร่วมกันเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีส่วนร่วมในองค์กร อาชญากรรมข้ามชาติ ว่าคดีนี้อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร เนื่องจากพฤติการณ์เข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งอยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุด มีคำสั่งออกมาในสองส่วน
ส่วนแรกคือ การตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล ที่มีรองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยในคำสั่งคณะทำงานจะมีพนักงานอัยการเป็นหลัก และมีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นหนึ่งในคณะทำงาน มีตัวอัยการสูงสุด และตนเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้คำปรึกษา และวางแนวทางในการทำงาน ให้เกิดความรอบคอบ และมีประสิทธิภาพ และคำสั่งที่สองคือ ทางพนักงานสอบสวน ซึ่งมีกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งจะมีคณะพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ บชก. ร่วมสอบสวนกับทีมพนักงานอัยการอีกหนึ่งทีม
โดยกระทำการสอบสวนร่วมกับตน ซึ่งได้ถูกแต่งตั้งเป็นพนักงานสอบสวน ในการทำความเห็นทางคดีไปให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งคดี ในวงรอบของการฝากขังผู้ต้องหา ซึ่งเราก็ดำเนินการมาจนศาลมีคำสั่งอนุมัติออกหมายจับ 15 หมายจับ ซึ่งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนสามารถจับกุม พ.ต.อ.หญิง วันทนารีย์ ภรรยานายตู้ห่าว และหุ้นส่วนโรงแรมดีวาลักค์ กับพวกรวม 8 ราย ประกอบด้วย คดีฟอกเงิน 5 คน และคดีสมคบคิด 3 คน และล่าสุดในวันนี้สามารถจับผู้ต้องหาคดีฟอกเงินได้เพิ่มอีก 1 คน ย่านบางบัวทอง รวมเป็น 9 ราย ซึ่งขณะนี้ยังเร่งติดตามจับกุมอีก 6 คน ตามหมายจับที่เหลือ
สำหรับหมายจับทั้ง 15 หมายจับ จะแยกเป็นข้อหาฟอกเงิน 7 หมายจับ และสมคบคิดกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฟอกเงิน และคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิดจำนวนในคดีผับจินหลิง 8 หมายจับ โดยหลังจากนี้หากเรามีข้อมูลเพิ่มเติมก็มีแนวโน้มว่าจะดำเนินการขอออกหมายจับเพิ่มต่อไป ซึ่งขั้นตอนตรงนี้ถือว่าเราทำงานกันเป็นคณะทำงานที่ทำงานร่วมกัน โดยทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดให้ทันกรอบระยะเวลาในการฝากขัง 7 ฝาก
โดยพนักงานสอบสวนจะต้องส่งสำนวนพร้อมความเห็นให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งคดีนอกราชอาณาจักรก่อนครบกำหนด 1 ฝาก หรือรวดเร็วกว่านั้น คดีนี้เป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อความเป็นเอกภาพเขาได้มีคุยกันว่าจะให้การแถลงข้อมูลเป็นไปโดยโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด หรือพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้แถลงข่าวหลัก ซึ่งภายใน 1-2 วันนี้จะมีการแถลงข่าว
เมื่อถามถึงคดีนี้ทางตำรวจจะทำคดีฟอกเงินเองใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้เราก็ดำเนินคดีมีการเกี่ยวเนื่องมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ในส่วนดีเอสไอนั้นต้องเข้าใจก่อนว่า คดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเป็นคดีความผิดนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจ ส่วนจะมอบหมายให้ดีเอสไอเป็นพนักงานสอบสวนหรือไม่ ก็ต้องไปว่ากันอีกทีต้องไปถามอัยการสูงสุด
แต่ในส่วนของตำรวจเมื่อเรามีพยานหลักฐานเราก็ขออนุมัติศาลออกหมายจับเลย เป็นการทำงานร่วมกันของอัยการ และตำรวจ ส่วนดีเอสไอเข้ามาขอร่วมเป็นพนักงานสอบสวนทำคดีแล้ว หรือไม่จะต้องไปถามอัยการสูงสุดให้มีความชัดเจนอีกที ในส่วนของภรรยาตู้ห่าวว่าได้ให้การอย่างไรนั้นจะต้องรอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่า ใน 8 หมายจับนี้มีหลานชายนายตู้ห่าวด้วยหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนั้นทราบว่าหนีออกนอกประเทศตั้งแต่วันแรก หมายจับที่จับกุมตัวล่าสุดนี้เป็นหมายจับใหม่ และอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมส่วนหนึ่ง และอยู่ในเรือนจำส่วนหนึ่ง ส่วนเรื่องการแจ้งข้อหาฟอกเงินตู้ห่าวเพิ่มเติมนั้น จะต้องถามทางพนักงานสอบสวนอีกครั้ง
สำหรับ พ.ต.อ.หญิง วันทนารีย์ ภรรยานายตู้ห่าวถูกดำเนินคดีในฐานฟอกเงิน มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายตู้ห่าว โดยเป็นผู้ถือหุ้นของโรงแรมดีลักค์ ขณะนี้ถูกควบคุมไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ยานนาวา ส่วนคนอื่นๆ ถูกแยกควบคุมตัว เพื่อสอบปากคำโดยตำรวจยังขอไม่เปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัยของผู้ถูกควบคุม และจะส่งผู้ต้องหาทั้งหมดขออำนาจศาลฝากขังภายในกรอบระยะเวลา 48 ชั่วโมง
ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาโพสต์ตั้งข้อสงสัยในการทำงานของตำรวจนั้น ตัวเองไม่ขอตอบคำถามในเรื่องนี้ ขอให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะที่ผ่านมาตำรวจพยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุม และออกมาโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

