ฝากขังเลขาฯ ประสิทธิ์ เจียวก๊ก เพิ่มอีก 1 สนับสนุนให้หนีและละเมิดอำนาจศาล ชวดประกันนอนคุก

26.12.22 | 12:16 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ธันวาคม พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน คุมตัว น.ส.เอ (นามสมมุติ) เลขานุการคนสนิทของนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก จำเลยในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ออกจากห้องขังมาขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา เพื่อไปฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก หลังถูกจับกุมเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ตามหมายจับ ในข้อหา สนับสนุนให้ผู้ต้องขังในอำนาจของศาลหลบหนี และละเมิดอำนาจศาล กรณีช่วยเหลือนายประสิทธิ์ ให้หลบหนีออกจากศาล ซึ่งระหว่างที่ควบคุมตัวมา ผู้ต้องหาก้มหน้าไม่ตอบคำถามใดๆ แต่ได้พูดเพียงว่า ขอใช้สิทธิไม่เปิดเผยชื่อนามสกุลจริง


โดยก่อนหน้านี้ ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือนายประสิทธิ์ ให้หลบหนีออกจากศาลแล้ว 3 คน ประกอบด้วย นายสมประสงค์, เลขาฯนายประสิทธิ์ และแฟนหนุ่มของเลขาฯนายประสิทธิ์ ซึ่งได้นำตัวทั้ง 3 คน ไปฝากขังแล้ว ซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว แม้ผู้ต้องหาจะพยายามยื่นขอประกัน เพราะศาลมองว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล

ขณะที่ พ.ต.อ.ชิศณุพงศ์ สุริยานนท์ ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เพิ่มเติม ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เป็นอำนาจของกรมราชทัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

Advertisement

ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินได้นำตัวเลขาฯคนสนิท ของนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก  ทราบชื่อภายหลัง น.ส.นัสนันท์หรือนิว คาดิวี่ แซนด์ อายุ 44 ปี จำเลยคนสำคัญคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ที่มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือนายประสิทธิ์ เพื่อให้หลบหนีจากศาลอาญาเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2893/2565 ลงวันที่ 23 ธ.ค.2565 และถูกจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. บริเวณซอยกิ่งแก้ว 37 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันกระทำการใดให้ผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจของพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน หรือพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาให้หลุดพ้นการคุมขังตามกฎหมายอาญา มาตรา 81,191มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่26 ธ.ค. 65- 6 ม.ค.66เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีก 3 ปาก และอื่นๆ

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่า หากได้รับการประกันผู้ต้องหาจะหลบหนี และยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีภายหลัง

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว

ศาลอาญา พิเคราะห์ความหนักเบา แห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่า ร่วมกระทำความผิดที่ทีลักษณะขบวนการ และอุกอาจ ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เชื่อว่าหากอนุญาตผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี จึงให้ยกคำร้อง