ศาลอาญาใต้ให้ประกัน พ.ต.อ.หญิง วันทนารีย์ ภรรยาตู้ห่าว กับพวกรวม 3 คน ส่วนคนอื่นชวดคอตกเข้าเรือนจำ หลังพนักงานสอบสวนยื่นฝากขังข้อหาฟอกเงิน-สมคบค้ายาเสพติดฯ
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ยื่นคำร้องฝากขัง นายสิทธิไพบูลย์ คำนิล อายุ 49 ปี, นางพัชรินทร์ อิทธิวัฒนา อายุ 51 ปี, นายสิทธิพงษ์ ถือสัตย์เที่ยง อายุ 34 ปี, นายสิทธิกร ประภาจรัสวงศ์ อายุ 56 ปี, นางสุรัสวดี ทองเพิ่มพลอย อายุ 43 ปี, นายฉัตรชัย ลาภอำนวยเจริญ อาย 50 ปี, นายณัฐวุฒิ ศรีออน อายุ 48 ปี, นายพีรพัฒน์ ทองเพิ่มพลอย อายุ 25 ปี, พ.ต.อ.หญิง วันทนารีย์ กรณ์ชายานันท์ ภรรยาของนายตู้ห่าว เป็นผู้ต้องหาที่ 1-9 ครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ไปจนถึงวันที่ 6 มกราคม 2566 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีกหลายปาก ตามคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์แห่งคดีคือ ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับแจ้งจากสายลับไม่ประสงค์ออกนามว่าที่บริเวณภายอาคารจินหลิง, อาคารลีลา และอาคารวิบวับคาร์วอช ถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ที่เกิดเหตุ เปิดเป็นสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนมาเที่ยวมั่วสุมเสพยาเสพติดและเล่นการพนันกันเป็นประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนหาข่าว เฝ้าจุดสังเกตการณ์ใกล้ๆ บริเวณทั้ง 3 อาคารดังกล่าว พบว่าในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนขับรถหรูราคาแพงแวะเวียนเข้ามาเที่ยวกันเป็นประจำ จึงได้รวบรวมข้อมูลจัดทำรายงานการสืบสวนเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญากรุงเทพใต้ จนศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติให้ตรวจค้นอาคารจินหลิง, อาคารลีลา และอาคารวิบวับคาร์วอช ถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวาเขตสาทร กรุงเทพมหานคร
ต่อมาตามวันเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการตรวจค้นอาคารจินหลิง, อาคารลีลา
และอาคารวิบวับคาร์วอช ตามหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อไปถึงประตูทางเข้าอาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งแสดงหมายค้นให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย ผู้ดูแลสถานที่ดูผู้ดูแลสถานที่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาทำการตรวจค้นตามหมายคัน จึงได้พากันวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในอาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้รีบนำกำลังทั้งหมดเข้าไปในบริเวณลานจอดรถและสามารถควบคุมตัวได้บางส่วน และกำลังตำรวจอีกส่วนหนึ่งเข้าไปที่ด้านหน้าอาคารจินหลิงและอาคารลีลาพบว่าประตูเหล็กทางเข้าอาคารถูกปิดล็อกแน่นหนา มีบุคคลอยู่ภายในอาคารแต่ไม่ยินยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายในอาคาร
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แบ่งกำลังอีกส่วนหนึ่งอ้อมเข้าไปด้านหลังอาคาร จนสามารถเข้าไปในอาคารได้ เมื่อเข้าไปในอาคารพบว่าภายในอาคารร้านจินหลิง แบ่งเป็นห้องคาราโอเกะ จำนวน 12 ห้อง พบนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากและพนักงานอยู่ตามห้องคาราโอเกะ, ห้องเก็บสินค้าของร้าน, ภายในอาคารลีลา แบ่งเป็นห้องโถงใหญ่และห้องแบบส่วนตัว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้นจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบจนเป็นที่พอใจ จากนั้นได้แสดงหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ให้พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ดูแลสถานที่ดังกล่าวได้ตรวจสอบพร้อมอ่านหมายค้นของศาลให้ฟังและให้ดูจนเป็นที่พอใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจค้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังแสดงหมายต้น พบเห็นนายฮวง ไฮ่ เท่า (ทราบชื่อภายหลัง) ดูท่าทางมีพิรุธ กล่าวคือเมื่อผู้ต้องหาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในห้องเก็บของ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่พบเห็นว่ามีพิรุธต้องสงสัยว่าจะได้กระทำผิดกฎหมาย หรือมีสิ่งผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง จึงวิ่งตามไปติดๆ พบเห็นนายฮวง ไฮ่ เท่า กำลังนำสิ่งของไม่ทราบชนิดและจำนวน คาดว่าจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมายเข้าไปซุกซ่อนไว้ในตู้เซฟ เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้หยุดแล้วทำการตรวจค้น
ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน-ยาอี) นอกจากนี้ยังพบวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน-ไฟว์ ไฟว์) และเครื่องชั่งดิจิทัล ในตู้นิรภัยสีทอง ซึ่งวางอยู่ในห้องเก็บของภายในร้านจินหลิงที่นายฮวง ไฮ่ เท่า กำลังนำสิ่งของเข้าไปซุกซ่อน และเจ้าหน้าที่ตำรวจยังตรวจพบตู้นิรภัยสีดำต้องสงสัยอีกจำนวน 2 ใบ ผลการเปิดตู้นิรภัยพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยา, วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) จำนวนมาก รวมของกลางทั้งหมดจำนวน 26 รายการ (รวมของกลางเป็นยาเสพติด (เฮโรอีน) จำนวน 323 ซอง, ยาอีน้ำหนักรวมประมาณ 3,919.7 กรัม, เคตามีน น้ำหนักรวมประมาณ 855.9 กรัม และไฟว์ ไฟว์ จำนวน 8 เม็ด โดยพบว่า สถานประกอบการดังกล่าว มีนายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ เป็นเจ้าของโดยติดต่อขอเช่าสถานที่ดังกล่าวในการเปิดเป็นสถานประกอบการจินหลิงและอาคารลีลา
ต่อมาจากการสืบสวนขยายผล ปรากฏพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่า นายสิทธิไพบูลย์ คำนิล กับพวกรวม
9 คน ปรากฏรายชื่อตามคำร้องฝากขังนี้ ได้ร่วมกันกระทำความผิดกับผู้ต้องหาดังกล่าวข้างต้น โดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปเป็นคณะบุคคลได้รวมกันตัวกันช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยแบ่งหน้าที่กันทำดำเนินการเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จัดหาได้มาบัญชีเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย จำนวนหลายบัญชี ที่ทำข้อตกลงกับธนาคารเจ้าของบัญชีใช้บริการระบบอีแบงกิ้ง ทำธุรกรรมผ่านบัญชีเงินฝากดังกล่าวและบางบัญชีให้ผู้อื่น ซึ่งไม่ใช่เจ้าของบัญชีเป็นผู้นำไปใช้ในการทำธุรกรรมฝากถอนและโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเปิดอาคารจินหลิง อาคารลีลา และอาคารวิบวับคาร์วอช เป็นสถานบริการจำหน่ายอาหาร สุรา โดยมีคาราโอเกะเพื่อการบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาตและไว้เป็นสถานที่จัดจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เช่น เฮโรอีน, ยาอี วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2ให้กับกลุ่มคนจีนที่มาใช้บริการในสถานบริการหรือจัดการเพื่อให้มาใช้บริการในสถานบริการดังกล่าวเพื่อใช้เสพโดยผิดกฎหมายและได้รับเงินทรัพย์สินในการให้บริการจำหน่ายยาเสพติดให้แก่กลุ่มผู้มาใช้บริการเสพ เป็นการรับเงินหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติด
จึงเป็นการรับเงินหรือทรัพย์สินเพื่อแก่การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดร้ายแรง โดยการสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและฟอกเงิน อันเป็นความผิดร้ายแรงตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 เพื่อได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงิน ทรัพย์สิน มีการกระทำความผิดในเขตแดนของประเทศไทยและเขตแดนของสาธารณรัฐประชาชนจีน และเขตแดนราชอาณาจักรกัมพูชา ความผิดที่กระทำในประเทศไทยมีการตระเตรียมการ วางแผน สั่งการ การสนับสนุนการกระทำความผิดบางส่วนได้กระทำในเขตสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรกัมพูชาทั้งสองดังกล่าว ผลการกระทำที่สำคัญเกิดขึ้นในประเทศไทย
โดยผู้ต้องหากับพวกที่เป็นองค์กรอาชญากรรมได้สมคบกัน โดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 และ 4 และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 และ 4 เป็นการกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยมีอาวุธปืน โดยมีหัวหน้าผู้มีหน้าที่สั่งการ ผู้มีหน้าที่จัดการในเครือข่ายอาชญากรรมกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐจากการที่ได้สมคบกัน ซึ่งผู้ต้องหากับพวกได้สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงอันเกี่ยวกับข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันกระทำการโดยตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีผู้จัดการ สั่งการ ช่วยเหลือ ยุยง อำนวยความสะดวกในการกระทำความผิดร้ายแรงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยรู้ถึงวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมหรือรู้ถึงเจตนาที่จะกระทำความผิดร้ายแรงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยจัดหาและได้มาซึ่งบัญชีงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ที่บุคคลมีชื่อหลายคนได้เป็นผู้ขอเปิดบัญชีและขอใช้บริการในระบบอีแบงกิ้งทำธุรกรรมผ่านบัญชีธนาคารดังกล่าว
รวมทั้งบัญชีเงินฝากของตนนอกจากการทำธุรกรรมโดยวิธีทั่วไป บัญชีธนาคารที่เปิดไว้ในนามคนอื่นได้มอบให้พวกผู้ต้องหาที่ไมใช่เจ้าของบัญชีงินฝากสำหรับนำไปใช้ในการทำธุรกรรมรับฝากเงิน ถอน โอน รับโอนเงิน ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ หรือสนับสนุนและเงินที่ได้จากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อให้ยากในการตรวจสอบการทำธุรกรรมผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารนั้นๆ เป็นการซุกซ่อน ปกปิดแหล่งที่มาของเงินที่มีการฝากถอนผ่านบัญชีธนาคาร ปกปิดและอำพรางลักษณะการได้มาของทรัพย์สินแล้วได้ร่วมกันฟอกเงินทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าวที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐานโดยผู้ต้องหากับพวกได้รับทรัพย์สินและประโยชน์ในการกระทำดังกล่าวในแต่ละครั้ง เป็นการโอนรับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกช่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกขีดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริง การได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ได้มา ครอบครอง หรือใช้หรัพย์สินโดยรู้ในขณะที่ได้มา ครอบครองหรือใช้ทรัพย์สินนั้น ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามที่ได้สมคบตกลงกัน
การกระทำของ นายสิทธิไพบูลย์ คำนิล, นางพัชรินทร์ อิทธิวัฒนา, นายสิทธิพงษ์ ถือสัตย์เที่ยง เป็นความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและ ได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันโดยมีลักษณะเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรม, สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเคี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิด, ความผิด-หรือเพื่อมิให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ, รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้กระทำความผิดเพื่อประโยชน์ หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือเพื่อมิให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงอันเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ และมีส่วนร่วมกระทำการใด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมช้ามชาติ โดยรู้ถึงวัตถุประสงค์และการดำเนินกิจกรรมหรือโดยรู้ถึงเจตนาที่จะกระทำความผิดร้ายแรงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าว, ฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันนั้น”
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลอาญากรุงเทพใต้พิจารณาแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายสิทธิกร ประภาจรัสวงศ์ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาที่ 4, นางสุรัสวดี ทองเพิ่มพลอย อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาที่ 5 และ พ.ต.อ.หญิง วันทนารีย์ กรณ์ชายานันท์ ภรรยาของนายตู้ห่าว ผู้ต้องหาที่ 9 ระหว่างสอบสวน ตีราคาประกันคนละ 2 ล้านบาท และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลให้แจ้ง ตม.ทราบด้วย หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งถือว่าผิดสัญญาประกันระหว่างปล่อยชั่วคราว กรณีผิดสัญญาประกันให้ปรับ 2 ล้านบาท
ส่วนผู้ต้องหาที่ 1, 2, 3 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิจารณาแล้วเห็นว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาผู้ต้องหาที่ 1, 2, 3 ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน อันเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราว เกรงว่าจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ส่วนผู้ต้องหาที่ 6, 7, 8 ก็ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวเช่นกัน โดยศาลออกหมายขังส่งตัวผู้ต้องหาไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

