ศศก. เผยผลศึกษาเยาวชนไทย “สูบกัญชา” นันทนาการเพิ่มขึ้น 10 เท่า ปชช.กว่า 41% ชี้ ปลดล็อกให้โทษมากกว่าประโยชน์ ผลกระทบทางสุขภาพ มีภาวะจิตหลอน 1.5% ทั้งยังใช้ร่วมสารเสพติดอื่น
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาวิชาการและประชุมวิชาการศูนย์การศึกษาปัญหาการเสพติด เพื่อพัฒนาศักยภาพการวิจัยและนักวิชาการการเสพติด ว่า สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เผยแพร่ข้อมูลปี 2565 ประชากรโลกอายุ 15 – 64 ปี มีการใช้สารเสพติดผิดกฎหมาย 284 ล้านคน เพิ่ม 26% จากปี 2555 ที่พบหลัก ๆ ได้แก่ กัญชา โอปิออยด์ แอมเฟตามีน ยาไอซ์ ส่วนข้อมูลในไทยสำรวจเมื่อปี 2563 พบใช้สารเสพติด 4.6% ส่วนปี 2565 พบเด็กและเยาวชน อายุ 18 – 19 ปี สูบกัญชาเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ศศก. ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำรวจทัศนคติและพฤติกรรมการใช้สารเสพติด กลุ่มตัวอย่าง 5,630 คน ระหว่างปี 2563-2565 พบว่ายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของชาติ โดย 41% เห็นว่าการถอดกัญชาออกจากยาเสพติดมีผลเสียมากกว่าผลดี อีก 25% มองว่าผลดีมากกว่าผลเสีย ทั้งนี้ 86% ไม่ได้ปลูกในครัวเรือน ส่วนคนที่ปลูก จะอยู่ที่ 2 ต้น และ 3 ใน 4 ปลูกโดยไม่จดแจ้ง นอกจากนี้ ยังพบ 24.9% ใช้กัญชาเพื่อนันทนาการ โดย 1 ใน 5 อายุน้อยกว่า 20 ปี สูงขึ้น 10 เท่าภายในระยะเวลา 3 ปี
เมื่อถามถึงผลกระทบพบว่า 10% มีอาการทางกาย เช่น วิงเวียน ใจสั่น เหงื่อแตก และ 1.5% มีอาการทางจิต เช่น หูแว่ว ภาพหลอน ส่วนการใช้พืชกระท่อม พบ 6.4% เคี้ยวใบสดเพื่อนันทนาการ 4.5% ดื่มน้ำต้มกระท่อมผสมสารอื่น และ 4% ดื่มน้ำต้มกระท่อมบรรจุขวดสำเร็จรูปไม่ผสมสารอื่น นอกจากนี้ยังพบ 58.7% ใช้สารเสพติด รวมแอลกอฮอล์ บุหรี่ กัญชา กระท่อม ยาบ้า ไอซ์ และ 4.8 % ใช้สารเสพติดผิดกฎหมาย ไม่รวมแอลกอฮอล์ บุหรี่ กัญชา กระท่อม อีก 48.9 % ดื่มแอลกอฮอล์ และ 25.5% สูบบุหรี่

