กระทรวงยุติธรรม จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์หน้าพระพุทธภูมิพลาภิบาลฯถวายพระองค์ภา
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม กระทรวงยุติธรรมได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาเบื้องหน้า “พระพุทธภูมิพลาภิบาลทศพลญาณมุนี” โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานในพิธี มีนางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร บยส.รุ่นที่ 16 อาทิ อดีตเอกอัครราชทูต อดิศักดิ์ ภาณุพงษ์ นายพงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อดีตอัยการสูงสุด คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กลุ่มพระสหาย และผู้ถวายงานเข้าร่วม ณ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ
พระพุทธภูมิพลาภิบาลทศพลญาณมุนีเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงมีพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ โดยได้ทรงมอบหมายให้ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น ร่วมกับคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง หรือบ.ย.ส. รุ่นที่ 16 เป็นผู้ดำเนินการ

พระพุทธรูปนี้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯทรงร่วมออกแบบ โดยมีพุทธลักษณะเป็นการผสมผสานเอกลักษณ์ของศิลปะสมัยสุโขทัยและอินเดีย เพื่อให้สอดคล้องกับการที่เสด็จเป็นประธานในโครงการเฉลิมพระเกียรติ อุปสมบทหมู่ ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ณ ประเทศอินเดีย ในวโรกาสที่สมเด็จพระอัยกามีพระชนมพรรษาครบ 7 รอบระหว่างวันที่ 5-13 พฤศจิกายน 2554 โดยนอกจากทรงเป็นประธานในพิธีมหามงคลอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดไทยพุทธคยาแล้ว ยังเสด็จติดตามคณะพระสงฆ์ที่อุปสมบทในการจาริกบุญไปยังสังเวชนียสถาน ทั้ง 4 แห่งด้วย
โดยในการนี้ได้มีการนำดินจากสังเวชนียสถานทั้ง 4 ตำบล, น้ำจากแม่น้ำคงคา แม่น้ำยมุนา แม่น้ำสรภู และแม่น้ำโรหิณี, ดอกไม้ที่พุทธศาสนิกชนนำมาบูชา พระพุทธเมตตาที่ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์พุทธคยา, ใบโพธิ์ จากกิ่งทิศตะวันออกของต้นพระศรีมหาโพธิ์ อีกทั้ง แผ่นเหล็กปิดทองจากวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่, กระเบื้องหลังคา และอิฐหักกากปูนจากหอพระราชกรมานุสรณ์ และหอราชพงศานุศรณ์ พร้อมดอกไม้และผงธูปจากแท่นบูชาด้านประตูหน้าวัววัดพระศรีรัตนศาสดาราม และผงธูปจากวัดสำคัญในประเทศไทย จำนวน 10 วัด มารวมบรรจุเป็นมวลสารในพระพุทธรูปนี้

จากนั้นโปรดฯให้ทำพิธีปลุกเศก ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร และวัดพระศรีรัตนศาสดารามพร้อมกับได้ทรงขอพระราชทานชื่อพระพุทธรูปดังกล่าวจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ยรมนาถบพิตร ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อพระพุทธรูปดังกล่าวว่า “พระพุทธภูมิพลาภิบาลทศพลญาณมุนี” ซึ่งมีความหมายว่าพระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้ที่มีพระญาณอันเป็นกำลัง 10 ประการ ทรงปกป้องคุ้มครองพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยโปรดฯให้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจในการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม
ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ เปิดเผยว่าพระพุทธรูปนี้เป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ทรงผูกพันเพราะตั้งพระทัยจัดทำถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 และเมื่อทรงขอพระราชทานชื่อก็ได้ว่า “พระพุทธภูมิพลาภิบาลฯ” อันนับเป็นมงคลยิ่งต่อบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมที่ได้มีโอกาสถวายงานใกล้ชิด ได้ทราบว่ากระทรวงยุติธรรมอยู่ระหว่างการจัดสร้างหอพระที่บริเวณหน้ากระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ คาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางปีหน้า โดยจะได้อัญเชิญพระพุทธรูปนี้ไปประดิษฐานยังหอพระดังกล่าว เพื่อประชาชนจะได้มีโอกาสกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลสืบไป


