ตม.แจงกรณีค่าธรรมเนียมวีซ่า 2,500 บาท ไม่ได้ส่งเข้าองค์กร โต้ ‘ชูวิทย์’ ปมค่าหัวคนจีนผับจินหลิง

28.12.22 | 15:32 น.

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่วกรณีที่มีกระแสข่าวปรากฏในโซเชียลมีเดียว่า เงินค่าธรรมเนียม evoa (visa on arrival) ซึ่งเป็นวีซ่าท่องเที่ยวที่สามารถอยู่ในราชอาณาจักร 15 วัน จำนวน 500-2,000 ไปเข้ากระเป๋าหน่วยงานใดนั้น ว่ายืนยัน ตม.ไม่มีส่วนได้รับจำนวนเงินดังกล่าว ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้เดิมส่งเข้ากระทรวงการคลัง แต่เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากขึ้น ขึงได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาอำนวยความสะดวก จึงต้องมีมาตรการลดความแออัด โดยเอาระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้สำหรับคนต่างด้าวที่ประสงค์มาเที่ยวในไทยสามารถยื่น evoa ผ่านเว็บไซต์บริษัทที่เป็นตัวแทนได้ ไม่ต้องการเสียเวลาต่อแถวตรวจสอบวีซ่าที่สนามบิน ซึ่งได้ทำเอ็มโอยู แล้ว ตั้งแต่ปี 2562 โดยเสียค่าดำเนินการจำนวน 500 บาทให้บริษัทตัวแทน ถือเป็นทางเลือกสำหรับอำนวยความสะดวก ส่วนค่าธรรมเนียม 2,000 บาทนั้นจะส่งเข้ากระทรวงการคลัง


ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าบอก ตม.ปล่อยตัวผู้ต้องขังชาวจีนในคดีผับจินหลิงเดินทางกลับประเทศ โดยจ่ายเงินค่าหัวให้ ตม.นั้น ไม่เป็นความจริง และ ตม.ไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว หลังกระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้นก็เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ เป็นสิทธิตามกฎหมายของผู้ต้องขังที่สามารถยื่นขอกลับประเทศได้ตามสมควรและตามจำเป็น ตม.ต้องผลักดันกลับ หาก ตม.ควบคุมตัวไว้โดยไม่มีเหตุจำเป็นก็อาจถูกฟ้องร้องได้

กรณีชูวิทย์ที่มีการติติงการทำงานของ ตม.นั้น ก็น้อมรับเพื่อนำไปแก้ไขการปฏิบัติหน้าที่ของ ตม.เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ข้าราชการมีหน้าที่รับฟังและถือเป็นคำแนะนำให้ต้องตระหนัก และกลับไปทบทวนหลักเกณฑ์การขออยู่ต่อว่าเอื้ออำนวยต่อการให้คนต่างชาติเข้ามากระทำความผิดในประเทศไทยหรือไม่