‘สมศักดิ์’ ยันไม่เคยตั้งที่ปรึกษา เข้าชุด ‘พาลีปราบยา’ เพื่อเรียกผลประโยชน์

28.12.22 | 16:13 น.

‘สมศักดิ์’ แจง จนท.ดีเอสไอ ถวายฎีกาการสอบคัดเลือกไม่เป็นธรรม ตั้ง กก.สอบ-ไม่เคยตั้งที่ปรึกษา เข้าชุด ‘พาลีปราบยา’ เพื่อเรียกผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่กระทรวงยุติธรรม มีการประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมประจำสัปดาห์ โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหาร อธิบดีกรมต่างๆ และข้าราชการ ร่วมการประชุม

นายสมศักดิ์เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจากนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ถวายฎีการ้องขอความเป็นธรรม โดยประเด็นแรก เป็นการร้องเรียนการสอบคัดเลือกเลื่อนระดับชั้นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีการสอบนั้น ทางดีเอสไอได้กำหนดหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย โดยมีคณะกรรมการ ก.พ. และผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการ โดยจะมีการทดสอบ 3 ส่วน คือ 1.สอบข้อเขียน 2.ผลงานและประวัติการรับราชการ และ 3.การสอบสัมภาษณ์ ซึ่งผู้ที่จะผ่านการคัดเลือกต้องได้คะแนนในแต่ละส่วนไม่ต่ำกว่า 60% ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ร้องไม่ผ่านการสอบข้อเขียนได้คะแนนไม่ถึง 60% ส่วนกรณีที่กล่าวอ้างว่ามีข้อสอบรั่วนั้น ดีเอสไอไม่ได้ออกข้อสอบและจัดสอบเอง แต่ให้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดแล้วส่งคะแนนมาให้ โดยผู้ร้องร้องทั้งกระบวนการว่าทุกอย่างไม่ชอบ โดยไม่มีเหตุผลประกอบ

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตรงนี้ทางดีเอสไอยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้ออกข้อสอบ เพราะมีการรักษาความลับ ซึ่งข้อสอบที่ออกมาก็ไม่ได้ง่าย จากรายงานทราบว่าคนมากกว่าครึ่งก็สอบไม่ผ่าน และยังมีสายงานว่างอยู่ถึง 20 ตำแหน่งที่จะต้องสอบใหม่ ซึ่งตรงนี้ตนได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาว่ามีข้อสอบรั่วจริงหรือไม่ และรั่วที่ตรงจุดไหนอย่างไร

Advertisement

ส่วนอีกกรณี คือข้อร้องเรียนที่ว่ามีการนำซากลิฟต์เก่าไปขายร้านของเก่า เรื่องนี้ทราบว่าทางกองยานพาหนะ ได้ทำหนังสือไปขออนุญาตเลขานุการกรม เพื่อนำแผ่นเหล็กและอะลูมิเนียมจากลิฟต์เก่าไปทำโต๊ะเพื่อวางอุปกรณ์ หลังจากที่ทำเรื่องเบิกพัสดุ แต่ยังรอจัดซื้อ โดยโต๊ะที่ทำมี 5 ตัว ซึ่งอะลูมิเนียม 1 แผ่น จากลิฟต์ยาว 2 เมตร ราคา 200-400 บาท โดยทางกรมได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบเรียบร้อยแล้วทั้งเจ้าหน้าที่ และเจ้าของร้านของเก่า พบว่าทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ฝ่ายยานยนต์นำไปใช้งานเป็นประโยชน์ส่วนรวม ไม่ได้นำไปขายร้านของเก่าแต่อย่างใด เพียงแต่นำไปให้ร้านประกอบเป็นโต๊ะ

“ประเด็นเรื่องพาลีปราบยา ผมไม่เคยตั้งใครเป็นที่ปรึกษา หรือตั้งคนนอกเข้าไป มีเพียง ป.ป.ส. ดีเอสไอ และ บช.ปส. ที่ร่วมเป็นกรรมการบูรณาการร่วมกัน ซึ่งตามประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ การทำงานก็มีรางวัล 25% ของทรัพย์ที่ยึดได้ ซึ่งขณะนี้ยึดได้กว่า 3,000 ล้านบาท จะได้รางวัลถึง 750 ล้านบาท มากกว่าเงิน 250 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวเสียอีก โดยขณะนี้ยังไม่มีการปลดอายัดใดๆ และไม่ได้รับการติดต่อจากใครทั้งสิ้น ทั้งตัวเองและคนใกล้ชิด ทำให้ผมมั่นใจว่าจะไม่มีใครไปเรียกรับประโยชน์ ซึ่งการกล่าวหาตรงนี้ อาจจะเป็นเรื่องของการเมือง เพราะที่ผ่านมาเราทำผลงานในการป้องกันและปราบปรามได้เป็นอย่างดี เรื่องยาเสพติดเป็นปัญหาเกี่ยวกับความเป็นความตายของคนในชาติ และนายกรัฐมนตรีเองก็ให้มีการรายงานทุก 15 วันในเรื่องคดีตู้ห่าว ซึ่งการกล่าวหานี้ ผมได้ให้ฝ่ายกฎหมายดูในข้อกฎหมายเรื่องการฟ้องร้อง ส่วนของเลขาฯ รมว.แจ้งว่าได้ดำเนินคดีแล้ว เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และให้ดีเอสไอใช้เครื่องมือพิเศษสืบต้นตอการปล่อยข่าวออกมา เราต้องดำเนินการให้เด็ดขาด อย่าให้ใครมาใส่ร้ายป้ายสี” นายสมศักดิ์กล่าว