ผู้ว่าฯ สัญจร สำนักเทศกิจ มุ่งจัดการปัญหาหาบเร่-แผงลอยด้วยความสมดุล ย้ำห้ามเก็บส่วย เตือนจยย.พ่วงข้าง-ฟู๊ดทรัค คนซื้อผิดด้วย เอาจริง 11 ม.ค.66
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุม ประชุมกรุงธน 3 ชั้น 5 สำนักเทศกิจ เขตธนบุรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และคณะผู้บริหาร ร่วมประชุมสัญจรสำนักเทศกิจ
นายชัชชาติ กล่าวภายหลังการประชุมว่า สำนักเทศกิจ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สำคัญเยอะ โดยเฉพาะการดูแลแก้ปัญหาในเมืองทั้งหาบเร่ แผงลอย การทิ้งขยะ ดูแลความปลอดภัยตามโรงเรียนต่างๆ โดยปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่เทศกิจประมาณ 3,000 คน
นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัญหาที่พบมากที่สุด คือ หาบเร่แผงลอย ซึ่งเมื่อวานได้พูดคุยกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้กำชับรื่องความเป็นระเบียบให้เข้มงวด ควบคู่กับดูแลผู้มีรายได้น้อย พอมีการเปิดเมือง การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้หาบเร่แผงลอยกลับมาเปิดอีกครั้ง กทม.มีนโยบายให้ความสำคัญเรื่องการเดินทางเท้าเป็นลำดับแรก มีเขตผ่อนผันมาตราการอยู่ 95 จุด จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ดูแลให้เข้มข้น ส่วนนอกพื้นที่ผ่อนผันต้องดูแลให้สะอาด พร้อมใช้ระบบกล้อง CCTV ตรวจสอบในจุดที่มีปัญหาหาบเร่แผงลอยรุกล้ำ ในพื้นที่ 6 เขต และจะขยายไปยังเขตอื่นๆ ช่วยลดการใช้เจ้าหน้าที่โดยไม่จำเป็น หากพบการรุกล้ำจะส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจภายใน 20 นาที รวมถึงยังมีการบันทึกข้อมูลผ่าน QR Code เพื่อยืนยันตัวตนและกำกับดูแลในพื้นที่ผ่อนผัน

นายชัชชาติกล่าวว่า มีการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอยแล้วหลายพื้นที่ อาทิ บริเวณทางเท้าถนนข้าวสาร หน้าอาคารโรเล็กซ์ (ถนนวิทยุ) หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีบางนา ฯลฯ โดยหาความร่วมมือจากเอกชนในพื้นที่ ปรับรูปแบบให้ดีมีฉากกั้น มีร่ม/เต็นท์ในรูปแบบเดียวกัน เพื่อให้มีระเบียบเรียบร้อยและเป็นเอกภาพมากขึ้น มีการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมรองรับพื้นที่การค้าหาบเร่-แผงลอย เช่น บริเวณซอยสังคโลก และตอนนี้ก็โฟกัสถนนสายหลัก 9 เส้น เพื่อนำร่องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดระเบียบให้เข้มข้น ได้แก่ โบ๊เบ๊ สะพานควาย-จตุจักร ห้าแยกลาดพร้าว รัชดา-ห้วยขวาง วัดมังกร ราชประสงค์-เพชรบุรี เพลินจิต-ทองหล่อ สาทร-สีลม-พระราม 4 และแยกคลองเตย
“ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชนหลายคนมีความลำบากจริง การอยู่ในเมืองก็ไม่มีทรัพยากรอื่น บางคนต้องอาศัยการทำมาหากินบนพื้นที่สาธารณะ ในการดูแลครอบครัว ดูแลลูก เราก็ทำควบคู่กันไป เอาความสะอาดของเมือง คนเดินเท้า มาเป็นอันดับ 1 ขณะเดียวกันต้องเข้าใจจิตใจของคนที่ลำบาก ก็ต้องมีมิตินี้ด้วย ถ้าเราไม่มีตรงนี้ไม่ยากหรอก ที่จะกวาดทุกคน บอกให้ทุกอย่างเรียบกริ๊บเลย สั่งลุยเต็มที่ แต่สุดท้ายกระทบชีวิตคนรายได้น้อยที่อยู่ในเมืองนี้อยู่” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับการจัดระเบียบรถสาธารณะจอดแช่ริมถนนซึ่งมีการเก็บค่าหัวคิว ตั้งวินขึ้นมาเพื่อรอรับนักท่องเที่ยว ไม่มีการกดมิเตอร์ ชาร์จราคาแพงกว่ากฎหมาย กำหนด ซึ่งได้มีการหารือและอาศัยอำนาจของตำรวจ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับการดูแลอย่างดีและมีระเบียบขึ้น โดยจะตรวจสอบบริเวณถนนราชดำริ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนเพชรบุรี หน้าศูนย์การค้าแพลตินัม และถนนสุขุมวิทตลอดสาย
ปัญหาการค้าบนถนน ที่มีมอเตอร์ไซต์พ่วงข้าง รถฟู้ดทรัก เพราะตามกฎหมายห้ามขายของบนถนน มีความผิดมากกว่าขายของบนทางเท้า เพราะคนซื้อมีความผิดด้วย โดยจะมีการบังคับใช้กฎระเบียบจริงจังในวันที่ 11 มกราคม 2566
“สำนักเทศกิจ เป็นสำนักที่เหนื่อยอันดับต้นๆ มีเจ้าหน้าที่ 3,000 กว่าคน มีภารกิจครอบคลุมหลายหน้า ทั้งดูแลมลพิษ ขยะ การจราจร หาบเร่แผงลอย ความปลอดภัย ตั้งแต่เช้านักเรียนมาตี 5 ก็ต้องไปดู ถึงเย็น พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ยามกลางคืน บางคนยันถึง 6 ทุ่ม เพราะว่าพวกนี้อยู่ถึงกลางคืน เป็นสำนักที่งานหนัก เราก็มาให้กำลังใจนะ และก็เดินไปด้วยกัน” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อถามว่าปัญหาการเก็บส่วยของเจ้าหน้าที่เทศกิจ จะแก้ปัญหาอย่างไร นายชัชชาติกล่าวว่า ความหมายส่วย อาจจะเป็นค่าปรับ ถ้าเกิดอยู่ในเขตผ่อนผันก็จะมีค่าธรรมเนียมรายปี ส่วนการเปรียบเทียบปรับก็เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้การเก็บส่วยนอกกฎหมาย ไม่มีนโยบายนี้แน่นอน ถ้ามีเจ้าหน้าที่กระทำผิด ต้องไล่ออกอย่างเดียว ไม่มีการส่งส่วยให้ผู้บริหาร เราไม่ยุ่งตรงนี้อยู่แล้ว
“คนจนลำบากอยู่แล้ว จะไปรีดไถเขาอีกได้ไง ก็ให้ทำตามระเบียบ ยืนยันว่าไม่มีนโยบายด้านนี้ทั้งสิ้น ถ้าใครโดนรีดไถ ให้แจ้งผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ ซึ่งมีช่องทางการแจ้งเรื่องทุจริต ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่โดนสอบสวน ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน ถ้าเกิดมีเราไม่ปล่อยไว้แน่ มันเป็นเชื้อเล็กๆที่อาจจะกลายเป็นบาดทะยักได้ในอนาคต ถ้าเราละเลยการรีดไถคนตัวเล็กตัวน้อย สุดท้ายมันก็จะลามเป็นทุจริตระดับใหญ่ได้”
เมื่อถามว่าจะมีการปรับรูปแบบการทำงานของสำนักเทศกิจเพื่อสนับสนุนให้หรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างไร นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้น คงจะไม่ใช้คนไปยืนเฝ้าตลอด โดยขยายกล้อง CCTV บันทึกเปรียบเทียบปรับกับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการปรับประสิทธิภาพเทศกิจให้ดีขึ้น สามารถพูดภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เพื่อให้ดูแลนักท่องเที่ยว อีกทั้งการรับโอนภารกิจการจับ ปรับ รถที่จอดผิดกฎหมาย
“อนาคตต้องโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เทศกิจจะต้องมีความรู้หลาหลาย มีเทคโลยีที่เหมาะสมเข้ามาช่วย เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

