กระทรวงสาธารณสุข คิกออฟ “2566 ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย” เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุ ชูพลังผู้สูงอายุเพื่อพลังสังคม มอบกรมสุขภาพจิตจัดหาคนดูแลคนเฒ่าแทนลูกหลาน
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ตามที่ สธ.ได้ประกาศของขวัญปีใหม่ให้คนไทย “2566 ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย” เพื่อการสนับสนุนการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบและทั่วถึง ได้แก่ การคัดกรองสุขภาพกายและใจเชิงรุกในชุมชน เปิดบริการคลินิกผู้สูงอายุในโรงพยาบาลทั่วประเทศ และสนับสนุนกายอุปกรณ์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เช่น แว่นตา ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ฟันเทียมและรากฟันเทียม เป็นต้น เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองขั้นพื้นฐานได้ทันรองรับสังคมผู้สูงอายุและเป็นพลังของสังคมต่อไป
นายอนุทิน กล่าวว่า สธ. มีนโยบายการดูแลผู้สูงวัยให้ครอบคลุมทั่วถึง โดยมอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมกันพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุให้มีสุขภาพกาย ใจที่ดี ผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่คัดกรองสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุอย่างน้อย 10 ล้านคน และกระตุ้นการเข้าถึง “คลินิกผู้สูงอายุ” ทั่วประเทศ ทั้งนี้ มอบหมายให้ทุกเขตสุขภาพร่วมกับหน่วยงานส่วนกลางมอบของขวัญพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้แก่ 1.แว่นตาสำหรับผู้สูงอายุ 5 แสนราย เพื่อเพิ่มศักยภาพการมองหรืออ่านได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 2.แผ่นผ้าอ้อมผู้ใหญ่ 5 ล้านชิ้น และ 3.การบริการฟันเทียมและรากฟันเทียม 36,000 รายทั่วประเทศ ขณะที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะผลักดันให้มีการบรรจุเข้าในระบบประกันฯ และกองทุนสุขภาพต่างๆ ต่อไป

“จะเห็นได้ว่าความตั้งใจในการพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุและปรับแผนงานให้มีการบูรณาการไปใช้ประโยชน์เป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริม ป้องกัน ดูแลและรักษาเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัวอย่างมาก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าญาติและผู้ใกล้ชิดช่วยกันและกันใส่ใจสื่อสารสร้างเสริมให้ผู้สูงอายุมีมุมมองที่เปลี่ยนความเหงาและความโดดเดี่ยวให้เป็นความสุขสงบ เปลี่ยนความรู้สึกที่ตนเองเป็นภาระต้องพึ่งพิงให้เกิดเป็นความตระหนักถึงคุณค่าของตนเองและเป็นที่เคารพ และรู้สึกถึงการเป็นที่รักของครอบครัว” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ของขวัญชิ้นสำคัญที่ควรเติมเต็มให้กับผู้สูงอายุ คือ พลังของครอบครัวเพื่อเสริมสร้างพลังกายใจ จึงได้มอบนโยบายแก่กรมสุขภาพจิต จัดเตรียมแนวทางหลักการปรับตัวของผู้สูงอายุรองรับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยจัดหาผู้ดูแลแทนลูกหลานหากมีความจำเป็นและเพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขให้สะดวกและรวดเร็ว เพื่อให้ผู้สูงวัยมีอายุยืนยาวต่อไป จึงขอเน้นย้ำว่าผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระแต่เป็นพลังสังคมที่สำคัญ เป็นผู้ที่พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตให้เยาวชนรุ่นหลังได้เรียนรู้การใช้ชีวิต การทำงาน การแสวงหาความสุขสงบ และการเผชิญกับปัญหาต่างๆทั้งสุขภาพ สังคมและเศรษฐกิจ เพื่อให้พลังผู้สูงอายุเป็นพลังของสังคมที่ยิ่งใหญ่

