‘ต่อศักดิ์’ ควง ‘สำราญ’ ตรวจเยี่ยมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ-โครงการโปลิศ 4.0

31.12.22 | 17:10 น.

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ โดยมี พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์สกุล ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ตลอดจนข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ ได้ลงพื้นที่ติดตาม ตลอดจนการสาธิตตรวจบ้านตามโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจผ่านแอพพลิเคชั่น Police 4.0


พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า โครงการโปลิศ 4.0 เป็นโครงการที่เรามาต่อยอดกับโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ผบ.ตร.เน้นย้ำสั่งการให้ตำรวจดูแลความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชนที่เดินทางออกนอกกรุงเทพมหานครเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ห่วงใยพี่น้องประชาชน

โดยใน 4 โครงการ ประกอบไปด้วย ฝากบ้านไว้กับตำรวจ, เพื่อนบ้านเตือนภัย, สต๊อปวอล์กทอล์ก และหนึ่งตำรวจหนึ่งตำบลหนึ่งหมู่บ้าน ซึ่งได้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ขับเคลื่อนดูแลในส่วนนครบาล โดยวันนี้ถือเป็นไฮไลต์ซึ่งเราก็ได้มาตรวจดูความพร้อมและความเรียบร้อยของการดำเนินการโครงการดังกล่าว ว่าสิ่งที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบนโยบายไปได้มีการขับเคลื่อนมากน้อยเพียงใด แล้วทำให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนให้การตอบรับกับโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมารับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขซึ่งสิ่งสำคัญคือเราต้องถามพี่น้องประชาชนว่าพี่น้องประชาชนพอใจกับการทำงานของตำรวจหรือไม่ เนื่องจากองค์กรตำรวจนั้นเราขายบริการ หาใช่การนำสถิติการจับกุมมาเป็นตัวชี้วัดในเชิงปริมาณ มาร์จิ้นของเราไม่ได้เป็นเรื่องของเงินทอง แต่มาร์จิ้นของเราคือความพึงพอใจของพี่น้องประชาชน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ เพราะฉะนั้น ในการทำผลสำรวจคนที่จะมาให้คะแนนตัวชี้วัดต้องเป็นประชาชน ไม่ใช่สถิติการจับกุมที่จะนำมาเป็นตัวชี้วัด เราต้องวัดในเชิงของคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งก็ได้ให้แนวทางกับผู้ปฏิบัติไปว่าเรามาตรวจบ้านตามโครงการกว่า 150 หลัง แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนอาจจะไม่เห็นก็คือการที่จะไม่ได้สัมผัสกับตำรวจ และนำไปสู่โครงการต่อไปก็คือสต๊อปวอล์กทอล์ก คือตำรวจต้องหยุดตรวจเพื่อให้ประชาชนผู้รับการบริการนั้นได้เห็น และนั่นก็จะถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จในเรื่องของงานป้องกันและปราบปราม เพราะตำรวจได้สัมผัสประชาชน ได้รับรู้ปัญหาของชุมชนและหมู่บ้าน และนำกลับไปแก้ไขและต่อยอดพัฒนาให้ดีขึ้น เพื่อนำไปสู่การป้องกันอาชญากรรมแบบยั่งยืน

“วงจรอาชญากรรมจะประกอบไปด้วย เหยื่อ คนร้าย ตำรวจมีหน้าที่ตัดโอกาสในการก่อเหตุอาชญากรรม โครงการฝากบ้านก็ถือว่าเป็นวิธีการป้องกันไม่ใช่ว่าเกิดเหตุแล้วมาตามจับ ส่วนการปราบปรามเราได้มีการระดมกวาดล้างไปแล้ว วันที่ 20-29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองหน้างานจะทำให้เราตัดโอกาสของการกระทำความผิด สำหรับการมาตรวจในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆในครั้งนี้ เราได้มีการประชุมหารือร่วมกันว่ามีอัตราบรรจุแต่งตั้ง จำนวน 160 ตำแหน่ง มีอัตราตำรวจจริงแค่ 80 คน มีประชากรในพื้นที่ 700,000 คน เท่ากับว่าอัตรา 1 ต่อ 7 พันคน จะทำอย่างไรในการที่จะดูแลทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน นั่นคือจุดสำคัญที่เราได้มีการประชุมหารือกัน จะนำไปหารือในการเพิ่มอัตรากำลังทดแทนให้กับตำรวจต่อไป อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าเจ้าที่ตำรวจนั้นทำงานอย่างเต็มที่ แม้จะอยู่ภายใต้ของความขาดแคลนอัตรากำลังแต่คือหน้าที่ที่ประชาชนคาดหวังกับตำรวจ” รอง ผบ.ตร.กล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการตรวจเยี่ยมในพื้นที่ของสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และคณะ ได้เดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าเมกาบางนา เพื่อตรวจดูความพร้อมการจัดงานเฉลิมฉลองในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตลอดจนตรวจเยี่ยมบ้านที่เข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรบางแก้วด้วย