ประธานศาลฎีกา อวยพรปีใหม่ 2566 ขอมีกำลังกายเข้มแข็ง ร่วมกันสร้างสรรค์ประโยชน์ประเทศ

31.12.22 | 22:24 น.

ประธานศาลฎีกา อวยพรปีใหม่ 2566 ขอมีกำลังกายเข้มแข็ง ร่วมกันสร้างสรรค์ประโยชน์ประเทศ

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ประธานศาลฎีกา ได้เผยแพร่คำกล่าวอวยพรปีใหม่ 2566 ดังนี้


พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน

เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 ผมและข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทย ร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานต่อคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ตลอดจนพระบารมีแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ได้โปรดดลบันดาลพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ให้ทรงพระเกษมสำราญพระบารมีแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิรันดร์

ในปีที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมในฐานะองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยฝ่ายตุลาการ ทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมในการพิจารณาพิพากษาคดี โดยให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม ดังที่เคยถือปฏิบัติตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย ดูแลสิทธิของผู้ต้องหาและจำเลย พัฒนากระบวนการในชั้นฝากขังและชั้นปล่อยชั่วคราวเพื่อลดการคุมขังที่ไม่จำเป็น

Advertisement

นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการสร้างกลไกการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับคู่ความที่มีความพร้อมในการเข้าถึงระบบเทคโนโลยี ยิ่งไปกว่านั้น ศาลยุติธรรมยังได้วางแนวทางการบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้แล้วเสร็จไปโดยเร็ว ส่งผลให้ในปี 2565 นับถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ศาลยุติธรรมทั่วราชอาณาจักรมีผลงานการพิจารณาพิพากษาคดีแล้วเสร็จได้ถึง 1,538,859 คดี ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 85.45 ของคดีทั้งหมดที่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษา

พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน ผมตระหนักดีว่า การอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนนั้น นอกจากการวินิจฉัยชี้ขาดคดีความให้แล้วเสร็จไปโดยเที่ยงธรรม อันถือเป็นภารกิจหลักของศาลยุติธรรมแล้ว การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนผู้มีอรรถคดีให้เข้าถึงสิทธิในการดำเนินคดีได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัด ในทุกมิติ ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญ ด้วยเหตุนี้ เมื่อเข้ารับตำแหน่งประธานศาลฎีกา ผมจึงกำหนดนโยบายการบริหารราชการภายใต้หลักการ “รักศาล ร่วมใจ รับใช้ประชาชน” ขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรศาลยุติธรรมทุกภาคส่วนในการปฏิบัติงาน โดยถือความต้องการของประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งมีแนวคิดว่า ประชาชนผู้มาติดต่อราชการจะต้องได้รับการอำนวยความยุติธรรมที่รวดเร็ว เป็นธรรม และทั่วถึง ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน โดยผมได้กำหนดแนวทางให้หน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรมวางแผนปรับเปลี่ยนระบบงานอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลดความยุ่งยากในการติดต่อราชการ การปรับปรุงระบบการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ใช้งานได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ทั้งในขณะนี้ ยังมีการดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการดำเนินคดีในศาล เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลคดีบุคคลล้มละลายไปยังศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ให้แต่ละศาลสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตั้งแต่ในชั้นรับฟ้องว่า จำเลยที่ถูกฟ้องต่อศาลนั้นเคยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือไม่ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของโจทก์ในการที่จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้ทันเวลา

นอกจากนี้ ผมขอเรียนว่า ที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมได้กำหนดกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการพิจารณาพิพากษาคดีแต่ละประเภทไว้ โดยในช่วงหลายปีมานี้ มีการติดตามเก็บสถิติเพื่อวิเคราะห์และประเมินผล ตลอดจนวางแนวทางการบริหารจัดการคดีในทุกสถานการณ์มาโดยตลอด ดังนั้น เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2565 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 24 มกราคม 2566 นี้ ศาลยุติธรรมจึงมีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการปฏิบัติการให้สอดรับกับกฎหมายฉบับนี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถนำแนวทางการบริหารจัดการคดีที่ได้วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพมาประกาศเผยแพร่ในรูปแบบที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้โดยง่าย รวมถึงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบความคืบหน้าในการดำเนินงาน ตลอดจนรับเรื่องสำหรับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากความล่าช้าอีกด้วย ซึ่งในขณะนี้ ผมได้มอบนโยบายดังที่กล่าวมาไปยังผู้บริหารศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ทั้งได้ออกตรวจเยี่ยมเพื่อทำความเข้าใจและส่งเสริมบุคลากรทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนนโยบายให้สำเร็จลุล่วง ผมจึงขอเรียนให้ทุกท่านทราบในโอกาสนี้ว่า ขณะนี้กลไกต่าง ๆ ของศาลยุติธรรมได้จัดเตรียมไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายสูงสุด คือ “การรับใช้ประชาชน” แล้ว โดยผมขอมอบการดำเนินงานตามนโยบายนี้ให้แก่พี่น้องประชาชนทุกท่านเพื่อเป็นของขวัญวันปีใหม่ที่จะมาถึงนี้

ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ผมขอส่งความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนชาวไทย ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่ท่านเคารพนับถือ ตลอดจนพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดประทานพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังกายกำลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์ประโยชน์ให้เกิดแก่ประเทศชาติอันเป็นที่รักของเราต่อไป สวัสดีปีใหม่ครับ