ตร.ไซเบอร์เผย ‘คดีออนไลน์’ ลดจำนวนปชช.ถูกหลอก ฝาก 8 ข้อแนะนำก่อนตกเป็นเหยื่อ

1.01.23 | 11:37 น.

ตร.ไซเบอร์เผย ‘คดีออนไลน์’ ลดจำนวนเหยื่อถูกหลอก ฝาก 8 ข้อแนะนำก่อนตกเป็นเหยื่อ

เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดเผยชี้แจงสถิติภัยออนไลน์ที่รับแจ้งช่วงปี 2565 โดยมีสถิติจากศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ในปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. – 26 ธ.ค. 2565


คดีที่ได้รับแจ้งมากที่สุดมี 5 ประเภทคดี คือ 1. หลอกลวงซื้อขายสินค้า 51,769 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 32.67 2. หลอกโอนเงินเพื่อหารายได้จากกิจกรรม 22,190 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 14.01 3. หลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน 18,893 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 11.92 4. หลอกให้ลงทุน(ที่ไม่เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน) 14,051 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 8.87 และ 5. คดีเกี่ยวกับการหลอกลวงทางโทรศัพท์เป็นขบวนการคอลเซ็นเตอร์ 12,625 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 7.97

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ขับเคลื่อนนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.(ปป)) ซึ่งรับผิดชอบงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ให้ความสำคัญกับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงชักชวนลงทุนการหลอกให้กู้ยืมเงิน การหลอกให้โอนเพื่อหารายได้จากกิจกรรมต่าง ๆ คดีเกี่ยวกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ การสร้างข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยได้กำชับให้สร้างการรับรู้การป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อทุกรูปแบบ โดยให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม

ที่ผ่านมา บช.สอท. สนองนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง มีผลการปราบปรามเป็นที่ประจักษ์และเป็นรูปธรรม เช่น การปราบปรามอาชญากรรม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ด้วยยุทธการหักซิมม้า และยุทธการตัดวงจร ซิม-สาย-เสา ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตัดวงจรความเสียหายก่อนที่มิจฉาชีพจะไปหลอกลวงประชาชน และพบว่าสถิติการรับแจ้งความลดลงไปกว่าร้อยละ 25 อย่างมีนัยยะสำคัญ

Advertisement

นอกจากประเภทคดีที่ได้รับแจ้งความข้างต้น ภัยคุกคามทางไซเบอร์ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบ เช่น การแฮกหรือเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวผ่านทาง คิวอาร์โค้ด หรือผ่านการใช้อินเตอร์เน็ตสาธารณะ (Wifi) เป็นต้น ซึ่ง ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร.(ปป) และ ผบช.สอท. กำชับแนวทางในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ เน้นเร่งสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน (Public Awareness) เพื่อลดช่องโอกาสในการกระทำความผิด ป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อเป็นหลัก รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการปราบปรามอย่างจริงจัง

โฆษก บช.สอท. ฝาก ข้อแนะนำพื้นฐาน ให้กับประชาชน เพื่อเป็นแนวทางการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อจากภัยออนไลน์ เช่น การหลอกลวงลงทุน หลอกลวงซื้อขายสินค้า หลอกโอนเงินเพื่อหารายได้จากกิจกรรม รวมไปถึงการถูกแฮกหรือเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในรูปแบบต่าง ๆ

1. อย่าด่วนตัดสินใจเมื่อได้รับข้อความชักชวนลงทุน หรือพบข่าวใดๆ ที่น่าสงสัย ให้ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนเสียก่อน

2. สังเกตสัญญาณที่ผิดปกติ กลโกงต่าง ๆ จากข้อเสนอการลงทุน การให้กู้เงิน หรือกิจกรรมต่างๆที่ชักชวนโอนเงินผ่านสื่อสังคมออนไลน์

3. หลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นไปได้หรือมีผลตอบแทนสูง ง่าย ใช้เวลาระยะสั้น มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน

4. หากรู้ตัวว่าถูกหลอก ให้เตรียมบันทึกการสนทนา สลิปการโอนเงิน เอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

5. กำหนดวงเงินในการทำธุรกรรมออนไลน์ให้เหมาะสม เพื่อจำกัดมูลค่าความเสียหาย หรืออาจเลือกตั้งค่าวงเงินให้ต่ำสุดที่ระบบรองรับได้ และปรับแต่งอีกครั้งเมื่อมีการเรียกใช้งาน

6. ระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์ เช่น ไม่โพสต์คิวอาร์โค้ดที่สำคัญ หลีกเลี่ยงการกดเข้าลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ตั้งค่าความปลอดภัยโซเชียลมีเดียของตนเอง

7. พึงตระหนักเสมอว่าอินเตอร์เน็ตสาธารณะไม่ปลอดภัย ควรใช้อินเตอร์เน็ตจากเครือข่ายของโทรศัพท์มือถือ หากต้องการเข้าถึงข้อมูลละเอียดอ่อน

และ 8. หมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสในอยู่เสมอ รวมถึงตั้งค่ารายงานสแปม ทั้งนี้หากพบข้อขัดข้องใด ๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนหมายเลข 1441 หรือหมายเลขโทรศัพท์ 081-866-3000 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.thaipoliceonline.com