กรมป่าไม้ แจง หลังพนง.ทีโออาร์ร้องถูกลดเงินเดือน ยืนยัน มีการปรับให้ใกล้เคียงของเดิมแล้ว
จากกรณีที่มีข่าวว่า กลุ่มพนักงานจ้างเหมาชั่วคราว หรือเจ้าหน้าที่ ทีโออาร์ สำนักป้องกันรักษาป่า และควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้รวมตัวกัน เขียนจดหมายร้องเรียนถึง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่า พนักงาน ทีโออาร์ ของสำนักไฟป่า กรมป่าไม้ ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานมาคนละไม่ต่ำกว่า 10 ปี เคยได้รับเงินเดือนคนละ 15,000-18,000 บาท แต่เวลานี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะผู้อำนวยการสำนักให้ลดเงินเดือนเหลือเดือนละ 9,000 บาท (อ่านข่าว พนักงานทีโออาร์กรมป่าไม้โวย หลังถูกหักเงินเดือนไร้สาเหตุ อธิบดีแจง ยันไม่ซ้ำรอยกรมอุทยานฯ)
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มกราคม กรมป่าได้ ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า เมื่อได้รับเรื่องจากปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ดำเนินการตรวจสอบโดยด่วน แม้การกล่าวหาไม่ได้ระบุชื่อผู้กล่าวหา ไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้กล่าวหาก็ตาม ทั้งนี้ กรมป่าไม้ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรมป่าไม้ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ และมติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาลโดยเคร่งครัด รวมทั้งเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน อย่างเป็นธรรมและไม่ให้เกิดความเดือดร้อน ซึ่งผลการสืบสวน สรุปได้ดังนี้
1. ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ได้เชิญผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า
กรมป่าไม้ เพื่อให้ถ้อยคำพร้อมพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565
ซึ่งผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ได้ให้ถ้อยคำว่า เนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้ถูกปรับลดงบประมาณในส่วนของงบดำเนินงานลง
ทำให้กระทบต่อการจ้างพนักงานจ้างเหมาบริการ จึงมีการปรับลดค่าจ้างลงบางส่วน แต่ในปัจจุบันสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้สอบทานงบประมาณแล้ว ประกอบกับได้จัดโครงสร้าง
การปฏิบัติงานใหม่ ทำให้มีงบประมาณเพียงพอที่จะจ้างพนักงานจ้างเหมาบริการเพิ่มขึ้น จึงได้ปรับการจ้างพนักงานจ้างเหมาบริการให้ใกล้เคียงกับการจ้างงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ซึ่งอธิบดีกรมป่าไม้ได้สั่งให้สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า จ่ายเงินเดือนพนักงานจ้างเหมาบริการตามเดิม ตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 เป็นต้นไป และพนักงานจ้างเหมาบริการมีความพึงพอใจจึงได้ทำหนังสือขอบคุณอธิบดีกรมป่าไม้แล้ว
2. ตามข้อกล่าวหาว่าผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้มีพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตต่อหน้าที่ ในการเรียกเก็บเปอร์เซ็นต์จากเงินงบประมาณมีการสนับสนุนให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณในการไปราชการอันเป็นเท็จ ข้อเท็จจริงได้ความว่า งบประมาณส่วนใหญ่ของสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้จัดสรรให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 – 13 และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สาขา เป็นหน่วยปฏิบัติและเบิกจ่าย อำนาจการบริหารงบประมาณ และบริหารทรัพยากร จึงเป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 – 13 และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สาขา ดังนั้น การกล่าวหาว่าผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กระทำความผิดทางอาญา พฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตต่อหน้าที่นั้น จึงไม่มีมูล
3. ข้อกล่าวหาผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ มีความสัมพันธ์กับลูกน้องในเชิงชู้สาว จากการตรวจสอบปรากฏว่า บุคคลที่ได้รับการกล่าวอ้าง เป็นภรรยาโดยชอบ ตามกฎหมายของผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ซึ่งได้มีการจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย และมีบุตรด้วยกัน 1 คน แต่ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ไม่ได้บอกให้บุคคลอื่นทราบ
อ่านฉบับเต็ม ที่นี่ กรมป่าไม้แจง 1 ม.ค. 66

