ปลัดสธ. เผยสถานการณ์โควิด-19 ไทยดีขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน เสียชีวิตลดเฉลี่ยวันละ 10 ราย รอประเมินตัวเลขระบาดหลังปีใหม่อีก 14 วัน เน้นย้ำ จีนเปิดประเทศ ไทยอย่ากังวลเกินไป แนะปชช.ติดตามข้อมูลทางการ
เมื่อวันที่ 3 มกราคม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ในสัปดาห์นี้ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์เมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า สัปดาห์นี้มีแนวโน้มลดลงทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ ผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาล (รพ.) ผู้ป่วยอาการหนัก และผู้เสียชีวิต โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 10 รายซึ่งลดลงจากเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนที่เฉลี่ยวันละ 15 ราย ซึ่งเตียงใน รพ. ต่างๆ ก็มีมากขึ้นและได้ปรับไปรักษาผู้ป่วยโรคอื่นๆ ต่อไปตามปกติ ขณะนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่เราตั้งเป้าไว้ว่าตอนสิ้นปี 2565 เราจะฉีดเพิ่มให้ได้ 2 ล้านโดส ตอนนี้ก็ทำได้ตามเป้าหมาย ยอดฉีดวัคซีนสะสม 145 ล้านโดสกว่าๆ แล้ว
“สถานการณ์ปัจจุบันถือว่าดี อยู่ในระดับที่คาดการณ์ไว้ ส่วนสถานการณ์ระบาดหลังช่วงปีใหม่ที่คนเดินทางเยอะ ทำกิจกรรมเยอะ จะต้องดูต่อไปอีก 2 สัปดาห์ เพื่อประเมินสถานการณ์ ทั้งนี้ โควิดเหมือนไข้หวัดใหญ่ขึ้นไปทุกที เราอยู่กับโควิดมา 4 ปีแล้ว สถานการณ์ต่างกับช่วงแรกมาก ตอนนี้ไทยเรามีกิจกรรมเยอะ นักท่องเที่ยวเยอะทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แต่ยังไม่มีการระบาดรุนแรง ส่วนสายพันธุ์โควิด ก็ดูเหมือนจะอ่อนลงเรื่อยๆ แล้ว” นพ.โอภาส กล่าว
เมื่อถามว่าการประชุมรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่คาดว่าจะเดินทางเข้าไทยถึง 6 หมื่นคน วันที่ 5 ม.ค. ทาง สธ. จะเสนอมาตรการอะไรบ้าง นพ.โอภาส กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้ประชุมคณะกรรมการด้านวิชาการตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.65 แล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการวิชาการฯ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะดูข้อมูลจากต่างประเทศที่เป็นทางการ นำมาพิจารณาให้เหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด ซึ่งวันนี้จะมีการประชุมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ดูข้อมูลที่เป็นทางการ ที่เชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้เกิดการวิตกกังวลมากเกินไป ซึ่งหลายๆ ประเทศก็ยังมีการติดเชื้อรายใหม่อยู่มาก ไม่ใช่เฉพาะประเทศจีน ขณะเดียวกันคนไทยเราก็เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น ดังนั้น เรามีคณะทำงานติดตามข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างใกล้ชิด แต่ไม่ต้องวิตกกังวลจนเกินไป

