เยาวชน จี้ชัชชาติ ‘ปฏิรูปสภาเด็กฯ’ พ้อที่ ผ่านมาเสียงไม่ดังพอ ขาดส่วนร่วมสะท้อนปัญหา เจอทั้งเรื่องการศึกษา-คุกคามเพศ ขอสื่อสารถึงผู้ว่าฯโดยตรง
เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร ตัวแทน สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร นำโดย สิบเอก ดุษฎี ถิรธนกุล ประธานสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้แทนจากสภาเด็กและเยาวชนระดับเขตในกรุงเทพมหานคร เดินทางมายื่นหนังสือ พร้อมขอเข้าพบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อเสนอแนวทางในการปฏิรูปการบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ

สิบเอก ดุษฎีกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ ชุดใหม่ได้เข้ามาบริหารงาน พบว่ามีอุปสรรคและข้อจำกัดในการทำงานทั้งในระดับกรุงเทพฯ ระดับเขตและในพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ปัญหาที่พบเจอจะมีทั้งเรื่องการศึกษา เรื่องการคุกคามทางเพศ เรื่องขาดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย การจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้จะต้องอาศัยข้อมูลจากเด็กและเยาวชนโดยตรง เช่น ในเรื่องของการศึกษา ยังขาดผู้รับฟังความคิดเห็นในการสะท้อนปัญหาเชิงระบบ และนักเรียนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงกิจกรรมต่างๆ
ใจความสำคัญในการเสนอแนวทางปฏิรูปสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ ครั้งนี้ คือ
1.สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมให้เด็กเข้าถึงกิจกรรมหรือการแสดงความคิดในส่วนต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
2.ปฏิรูปงบประมาณ
3.ปฏิรูปอำนาจและบทบาทในการบริหารจัดการนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เนื้อหาทั้งหมดจะมีด้วยกัน 10-13 ข้อ
โดยผู้ที่ลงมารับหนังสือคือ ตัวแทนสำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งในวันที่ 11 มกราคมนี้ ผู้แทนจากสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ จะเข้าพบ นายชัชชาติ ผู้ว่าฯกทม. เพื่อพูดคุยและหาทางออกในการแก้ไขปัญหาอย่างมีแบบแผนร่วมกัน และหวังว่าเสียงของเยาวชนจะเป็นอีกหนึ่งกำลังในการขับเคลื่อนเมืองไปพร้อมๆ กัน

ปฏิรูปสภาเด็กและเยาวชน ให้ได้ยินแล้วถูกรับฟัง เสียงดังและมีความหมาย
ปฏิรูปการคัดเลือก
1.กรุงเทพมหานคร พัฒนาช่องทางการคัดเลือกคณะบริหารผ่านเว็บไซต์ ให้ผู้มีสิทธิคัดเลือก สามารถคัดเลือกด้วยตนเองได้โดยตรง
2.สำนักงานเขต โดยกรุงเทพมหานคร สนับสนุนให้มีการประชาสัมพันธ์ การคัดเลือกคณะบริหาร สภาเด็กและเยาวชนเขต ที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย
3.ให้มีการคัดเลือกคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนระดับท้องถิ่นพร้อมกันในแต่ละจังหวัด และประกาศรายละเอียดการคัดเลือกให้ทราบโดยทั่วกันในพื้นที่ เช่น ชุมชน สถานศึกษา สำนักงานส่วนท้องถิ่น พื้นที่สาธารณะ และช่องทางออนไลน์ ปฏิรูปงบประมาณ
4.ห้ามเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตใช้หรือคืนงบประมาณของสภาเด็กและเยาวชนเขตเอง โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาเด็กและเยาวชนเขตก่อน
5.จำกัดอำนาจของบุคลากรสังกัดกรุงเทพมหานคร ในการพิจารณาเนื้อหาโครงการที่สภาเด็กและเยาวชนเสนอ ให้พิจารณาได้เพียงประเด็นความชอบด้วยกฎหมายของโครงการเท่านั้น แก้ไขกฎระเบียบการใช้งบประมาณ ให้สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชนเขต ได้มีส่วนร่วมในการกำหนด หรือใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร เพื่อการพัฒนาด้านเด็กและเยาวชน
7.ใช้กลไกงบประมาณแบบมีส่วนร่วม (Participatory Budgeting) โดยเปิดโอกาสให้เด็กและ เยาวชนสามารถรวมกลุ่มเสนอโครงการ เพื่อขอรับงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ที่ถูกส่งคืนและไม่ถูกนำไปใช้ไปดำเนินการเองต่อได้
8.แก้ไขกฎระเบียบการใช้งบประมาณ ให้สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชนเขต สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ทุกประเภทในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้การใช้งบประมาณสอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนา และลดเงื่อนไขข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคท้าทายในการใช้งบประมาณ ปฏิรูปอำนาจในกระบวนการนโยบาย
9.มอบหมายให้ฝ่ายการศึกษา ดูแลสภาเด็กและเยาวชนเขต แทนฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายสภาเด็กและเยาวชนกับสภานักเรียนของแต่ละโรงเรียน และประชาสัมพันธ์กิจกรรม
10.ห้ามเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรุงเทพมหานคร แทรกแซงจุดยืนหรือปิดกั้นการแสดงออกของสภาเด็กและเยาวชน รวมถึงคุ้มครอง และไม่คุกคามเด็กและเยาวชนที่มีส่วนร่วม
11.ให้หน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร ส่งสรุปร่างนโยบายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ให้สภาเด็กและเยาวชนในระดับที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นเป็นประจำ
12.ให้สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครและเขต สามารถเสนอความเห็นถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้อำนวยการเขตได้ทางตรง โดยได้รับการตอบกลับภายใน 15 วัน
13.ให้มีผู้แทนสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และผู้แทนสภาเด็กและเยาวชนเขต เป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการ หรืออนุกรรมการ ในหน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านเด็กและเยาวชนในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้มีอำนาจร่วมปรึกษาหารือและตัดสินใจในกระบวนการนโยบาย ระดับกรุงเทพมหานครและระดับเขต ที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนได้โดยตรง


