วันที่ 28 พฤศจิกายน เมื่อเวลา 01.30 น. ร.ต.ท.อนันต์ จันทะวงค์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าชาวบ้านแจ้งมีการลักลอบตัดไม้ในเขตทางหลวงหมายเลข 2032 สายท่าดอกแก้ว-ศรีสงคราม หน้าบ้านของนางพิมผกา กางกำจัด ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านคำสะอาด ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม ซึ่งอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น ที่เกิดเหตุริมถนนทางหลวงหมายเลขดังกล่าว พบต้นไม้พะยูงที่โดนตัดล้มลงขวางถนน รถยนต์ไม่สามารถแล่นผ่านได้ วัดรอบต้นได้ 1.57 เมตร สูง 25 เมตร เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้นำรถไถดันออกไปไว้ข้างทาง ก่อนทำการตัดเป็นท่อนๆ ละ 1-2 เมตร ได้ 13 ท่อนนำมาเก็บไว้ที่ สภ.ศรีสงคราม เพื่อทำการตรวจสอบและติดตามกลุ่มขบวนการมอดไม้แก๊งนี้มาดำเนินคดี
จากรายงานเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มพ่อค้าไม้พะยูงส่งลูกน้องมาสังเกตการณ์หลายวัน แต่ไม่มีใครเอะใจสงสัย กระทั่งช่วงกลางดึกได้ยินเสียงรถมาจอดโดยไม่ดับเครื่องยนต์ จากนั้นก็มีเสียงเลื่อยยนต์ดังสนั่น ชาวบ้านละแวกนั้นออกมาดูพบคนร้ายกำลังเลื่อยโค่นต้นไม้พะยูง โดยมีคนร้ายอีกชุดในมือถือวัตถุคล้ายอาวุธปืนยืนคุมเชิงอยู่ จึงไม่มีใครกล้าออกไปห้ามปราม กระทั่งต้นพะยูงโค่นล้มไปทับทางหลวง คนร้ายไม่สามารถนำไปได้ทันเวลา จึงจำยอมทิ้งแล้วโดดขึ้นรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่กล่าวว่าหากแก๊งมอดไม้นำออกขายส่งต่อประเทศเพื่อนบ้านได้ จะได้เงินไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไป เพราะปัจจุบันราคาไม้พะยูงถีบตัวสูงหลายเท่าตัว เนื่องจากหายากเข้าไปทุกที เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยก็เข้มงวดตลอดเวลา
รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อสองเดือนที่แล้ว คนร้ายได้ลอบมาตัดไม้พะยูงบริเวณใกล้เคียงซึ่งห่างไปไม่ถึง 300 เมตร ใกล้หน่วยกู้ชีพกู้ภัยเทศบาลตำบลนาคำ แต่ก็ไม่สามารถขนไม้ไปขายได้ ทุกวันนี้ก็ยังจับมือใครดมไม่ได้ แหล่งข่าวแจ้งว่าแก๊งพ่อค้าไม้พะยูงคุยโว กฎหมายทำอะไรพวกตนยาก เพราะส่วนหนึ่งแบ่งรายได้ให้ข้าราชการนอกรีตบางคนสมยอมกัน จึงกล้าเหิมเกริมเลาะตัดไม้พะยูงในเขตชุมชนได้อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ส่วนไม้ของกลางจะได้นำส่งให้ป่าไม้นำไปเก็บรักษาไว้

