ตามรวบ “อ่าง” หน.แก๊งตระเวนงัดเซฟตามบ้านพื้นที่ภาคกลาง

6.01.23 | 11:49 น.

เมื่อวันที่ 6 มกราคม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ,พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม ร่วมสืบสวนจับกุมนายสมชาย วิมุตสี หรืออ่าง อายุ 53 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นฯ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม พร้อมตรวจยึดทรัพย์สิน ธนบัตรที่ระลึกและธนบัตรต่างประเทศ 31 ฉบับ พระเครื่อง 779 องค์ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ได้หน้าบ้านเช่าเลขที่ 8 ห้องเช่า 9 D ชั้น 5 ซอยเพชรเกษม 66/1 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 มกราคม


พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามคนร้ายที่ก่อความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยเฉพาะการลักทรัพย์ในเคหสถาน และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กำชับให้มีมาตรการเฝ้าระวังบุคคลพ้นโทษเกี่ยวกับลักทรัพย์ในเคหสถานอย่างใกล้ชิดจึงร่วมสืบสวนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สมุทรสงคราม ทราบว่านายสมชาย หรืออ่าง เคยกระทำร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน งัดเซฟ เคยงัดเซฟเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ย่านป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้ทรัพย์กว่า 60 ล้านบาท เมื่อปี 2551 ล่าสุดโดนจับกุมรับของโจร ศาลตัดสิน 1 ปี พ้นโทษ มี.ค.2563

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวอีกว่า ชั้นจับกุมให้การรับสารภาพว่าเมื่อพฤศจิกายน ที่ผ่านมาเข้าไปลักเอาทรัพย์สินผู้เสียหายที่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม 3 หลัง ได้ทรัพย์สินหลายรายการมูลค่ากว่า 630,000 บาท และพยายามลักทรัพย์อีก 1 หลัง แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ โดยก่อนการก่อเหตุเข้าไปตัดสายสัญญาณที่เชื่อมกับกล้องวงจรปิดภายในบ้านที่ก่อเหตุ โดยร่วมก่อเหตุกับเพื่อนตนเป็นเพียงผู้ช่วยขนย้ายทรัพย์สินเก็บเข้าในรถยนต์และอยู่ร่วมด้วยขณะทำการใช้ชะแลงงัดเซฟ หลังจากก่อเหตุรับส่วนแบ่งจากการก่อเหตุ 20,000 บาท และ ท้าวเวสสุวรรณ รุ่น 1 ปี 2545 เนื้อตะกั่ว 2 องค์ ขายไป องค์ละ 7,000 และเนื้อทองแดง 2 องค์ ขายไปองค์ละ 11,000 บาท ให้ตามตลาดซื้อขายพระ จึงนำตัวผู้ต้องส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม เพื่อส่งดำเนินการตามกฎหมาย และจะเร่งรัดขยายผลการจับกุมคนร้ายที่เหลือต่อไป

ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า ตรวจสอบประวัตินายสมชาย พบหมายจับ 4 หมาย ประกอบด้วย 1.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ จ.80/2565 ลงวันที่ 29 พ.ย.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ,โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
2.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ จ.100/2565 ลงวันที่ 10 พ.ย.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ ,โดยมีอาวุธหรือร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ,โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
3.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ จ.112/2565 ลงวันที่ 23 ธ.ค.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานโดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
4.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ จ.113/2565 ลงวันที่ 23 ธ.ค.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นฯ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

Advertisement

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า “แม้ว่าผู้ต้องหารายนี้จะรับว่าอยู่ในกลุ่มที่เข้าไปลักทรัพย์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะเฝ้าติดตามบุคคลที่มีพฤติกรรมลักทรัพย์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ก่อเหตุซ้ำได้อีก ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามคนร้ายที่ก่อความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยทันที