หมอศุภกิจ ยันโควิด XAY.2 ไม่มีสัญญาณรุนแรง จับตาเข้ม XBB.1.5
เมื่อวันที่ 6 มกราคม นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีการพบสายพันธุ์โควิด-19 ชื่อ XAY.2 ว่า สำหรับสายพันธุ์ XAY.2 พบทั่วโลก 344 ราย ทั้งในยุโรปและหลายประเทศรวมถึงไทย 1 ราย ซึ่งผู้ป่วยมีประวัติป่วยเมื่อเดือน พ.ย.65 และกรมวิทยาศาสตร์ฯได้รับตัวอย่างเชื้อมาเมื่อกลางเดือน ธ.ค.65 โดยสายพันธุ์ XAY.2 เป็นการผสมกันระหว่าง เดลต้าและโอมิครอน ทั่วโลกพบสายพันธุ์ย่อยๆ อีกหลายตัว แต่ที่พบมากที่สุดคือ XAY.2 ส่วนอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชนั้น ยังไม่มีความแตกต่างในแง่ของความรุนแรงที่ทำให้ผู้ป่วยอาการหนักหรือเสียชีวิตเร็วขึ้น แต่มีการแพร่เชื้อที่เร็วกว่าเมื่อเทียบกับลูกผสมตัวอื่น เช่น XBC ทั้งนี้ กรมวิทย์จะถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสทั้งตัวย้อนหลังเพิ่มเติม
“การพบ XAY.2 ไม่ได้มีผลกระทบในภาพรวม แต่กรมวิทยาศาสตร์ฯรายงานข้อมูลตามข้อเท็จจริง ซึ่งมีการอัพเดตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอีกตัวที่เราจับตาดู เนื่องจากพบการแพร่ระบาดมากในสหรัฐอเมริกา คือ XBB.1.5 โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีการรายงานในสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 40% แต่ยังไม่พบสายพันธุ์นี้ในไทย ทั้งนี้ เมื่อเทียบกันแล้วก็พบว่า XBB.1.5 ก็มีความสามารถในการแพร่เชื้อสูสีกับ BA.2.75 ในไทย แต่มีความเหนือกว่าเล็กน้อยในเรื่องของการหลบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชมากกว่ากัน อย่างไรก็ตาม ต้องเรียนว่าเมื่อมีการเดินทางไปมาหากันมากขึ้น การพบสายพันธุ์ข้ามภูมิภาคก็เกิดขึ้นได้” นพ.ศุภกิจ กล่าว
นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า สำหรับข้อห่วงกังวลเรื่องการพบสายพันธุ์ XAY.2 ในไทย ช่วงเดียวกับที่จะมีการรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ต้องย้ำว่า สายพันธุ์ที่ระบาดในจีน 97% เป็นสายพันธุ์ BA.5.2 และ BF.7 ซึ่งไม่ได้เป็นสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด และไม่ได้แพร่เร็วกว่าสายพันธุ์ในไทย โดยย้ำว่าจีนยังไม่พบสายพันธุ์ที่น่าห่วงกังวล ดังนั้นจึงไม่น่ากังวล
“การเปิดให้มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ไม่ว่าจะจากประเทศใด ย่อมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่เราต้องชั่งเรื่องเศรษฐกิจด้วย และที่สำคัญคือโรคไม่มีความรุนแรง ไม่มีสัญญาณอัตราป่วยหนักหรือเสียชีวิต การระบาดรุนแรงเพิ่มขึ้น” นพ.ศุภกิจ กล่าว

