ออกหมายเรียกอีก 8 หน.หน่วยให้การตร.ปปป. ยังไร้หลักฐานปลายทางสินบนโยงใคร กลางม.ค.นี้ส่งสำนวนป.ป.ช.

6.01.23 | 15:40 น.

ตามที่กลุ่มเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จ.อุบลราชธานี ทยอยเดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. พ.ต.อ.รัชภูมิ กุสุมาลย์ ผกก.1 บก.ปปป. และพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ตามหมายเรียกเพื่อให้ปากคำจากกรณีที่ถูก นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรียกรับเงินโยกย้ายตำแหน่ง ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เมื่อวันที่ 6 มกราคม นั้น


พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. กล่าวว่า สำหรับ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่มาให้ปากคำในฐานะพยานตามหมายเรียกวันนี้ พยานที่มาในวันนี้เป็นกลุ่มของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นำเงิน 98,000 บาท มาส่งให้นายรัชฎา และเป็นกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเรียกรับเงิน จากการสอบปากคำทุกคนให้การเป็นประโยชน์และเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าถูกบังคับโดยส่วนใหญ่ไม่ยินยอมและไม่สมัครใจ แต่สาเหตุที่ยินยอมเพราะเกรงกลัวอำนาจจึงยอมทำตามข้อเรียกร้องของนายรัชฎา

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนรายชื่อที่ปรากฏบนซองเงินของกลางภายในห้องทำงานจำนวน 21 ซอง สามารถตรวจสอบทราบบุคคลได้แล้ว 14 คน ซึ่งเป็นระดับหัวหน้าของหน่วยงานนั้นๆ ที่กล่าวอ้างว่า ถูกเรียกเก็บเงิน ล่าสุดได้ออกหมายเรียกแล้ว 6 คนให้มาวันที่ 11 มกราคม และจะออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีก 8 คนให้มาในวันที่ 12 มกราคม เวลา 10.00 น. ซึ่งมีบางส่วนยินยอมจะเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน ส่วนใครจะมาหรือไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็เป็นสิทธิของพยาน แต่ในทางคดี อนาคตพยานก็จะถูก ป.ป.ช.เรียกสอบปากคำในภายหลังเพิ่มเติมอยู่ดี

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีเรื่องการสอบเส้นทางการเงิน อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงปลายทางของเงินที่ถูกเรียกเก็บ แต่ยืนยันว่าหากเชื่อมโยงถึงใคร ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ส่วนกรณีที่มีการกระแสข่าว ว่าหลังจากที่นายรัชฎาได้รับการประกันตัวแล้วจะเข้ายุ่งเหยิงข่มขู่กับพยานหลักฐานหรือไม่นั้น ในส่วนนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการไปยุ่งเหยิงหรือข่มขู่พยานแต่อย่างใด และกลางเดือนมกราคม 2566 คาดว่าพนักงานสอบสวน ปปป.จะส่งสำนวนไปที่ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาชี้มูล พร้อมกับส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาให้ ป.ป.ช ในคราวเดียวกัน

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนสอบปากคำ หนึ่งในพยานที่มาเข้าปากคำกับทางพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ในวันนี้เปิดเผยว่า ยอมรับว่าการให้ข้อมูลครั้งนี้อาจมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานในอนาคต แต่เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ จำเป็นต้องออกมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาในเรื่องของการถูกตัดงบประมาณการดูแลป่าและสัตว์ป่า ขณะที่ในส่วนของการทำงานมีความยากลำบากมากขึ้น ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเข้าใจว่าคดีความที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่เกี่ยวข้องกับบุคลากรและหน่วยงานทั้งหมด ดังนั้นจึงอยากให้สังคมเข้าใจการทำงานของบุคลากรกรมอุทยานฯ เพราะที่ผ่านมาหลายคนมีปัญหาเรื่องหนี้สิน เนื่องจากงบประมานการดูแลสัตว์ป่าถูกตัดออกไปมากถึง 70% ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำเงินมาใช้ในในการปฏิบัติหน้าที่และดูแลลูกน้อง

พยานคนดังกล่าวเปิดเผยต่ออีกว่า ขณะที่ในส่วนของการให้ปากคำ รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนรายละเอียดของคดีก็เป็นไปตามที่ร่นชัยวัฒน์ร้องเรียนไว้ ส่วนกรณีที่มีข่าวลือว่า มีการข่มขู่พยานในคดี สำหรับตนเองนั้นยังไม่ได้รับการข่มขู่จากใคร และไม่มีการกดดันจากผู้ใหญ่ในกระทรวง ส่วนคนอื่นตนก็ไม่ทราบ ทั้งนี้ตนเองไม่ได้กลัวการถูกข่มขู่ แต่กลัวสิ่งที่เจ้าหน้าที่ปกป้องผืนป่ามาจะสูญเปล่า