ศาลมหาสารคามเปิดอบรมโครงการ ‘ชวนไปศาล’ เผยแพร่ความรู้ผ่านผู้แทนศาสนา ทราบสิทธิคู่ความ

12.01.23 | 12:17 น.

หัวหน้าศาลมหาสารคาม เปิดอบรมโครงการ ‘ชวนไปศาล’ เผยเเพร่ความรู้ผ่านผู้แทนศาสนา ทราบสิทธิคู่ความทุกฝ่าย เมื่อต้องมาศาล

เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ห้องประชุมรพีพัฒนศักดิ์ ศาลจังหวัดมหาสารคาม นายอัครพันธ์ สัปปพันธ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดการอบรมความรู้เกี่ยวกับการไปศาลให้แก่มัคทายกของวัดต่างๆ ผู้แทนจากมัสยิดกลางจังหวัดมหาสารคาม ผู้แทนจากศาสนสถานของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอริกและนิกายโปรเตสแตนต์ ในเขตอำเภอเมืองมหาสารคาม รวม 56 คน เพื่อเป็นเครือข่ายในการสร้างความรับรู้เกี่ยวกับสิทธิของคู่ความทุกฝ่ายที่จะได้รับในการไปศาล โดยการอบรมความรู้ให้แก่ผู้แทนของศาสนสถานในครั้งนี้เป็นการอบรมให้เป็นรุ่นแรก และมีเป้าหมายในการอบรมความรู้นี้แก่ผู้แทนของศาสนสถานทุกแห่งของทุกศาสนาในจังหวัด โดยมี นายสำเริง เกษรศิริ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดมหาสารคาม เป็นวิทยากรให้ความรู้


การอบรมผู้แทนศาสนสถานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการ ชวนไปศาล ซึ่งเกิดจากแนวความคิดในการดึงศักยภาพของบุคลากรของชุมชน (ช.) วัดและศาสนสถาน (ว.) และเครือข่ายของนักเรียนนักศึกษา (น.) มาเป็นเครือข่ายในการ “ชวน” ประชาชนให้ไปศาล ด้วยการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิต่างๆ ที่บุคคลจะได้รับในการไปศาลทั้งในทางแพ่งและทางอาญา ทั้งในฐานะโจทก์ จำเลย ผู้ต้องหา ผู้เสียหายและพยาน เช่น สิทธิในการนำข้อพิพาทเข้าสู่การไกล่เกลี่ย การขอปล่อยชั่วคราว การใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากการกระทำความผิดอาญา ตลอดจนให้เครือข่ายแนะนำช่องทางการติดต่อขอรับคำแนะนำเกี่ยวกับการไปศาล โดยศาลจังหวัดมหาสารคามได้จัดให้มีการเผยแพร่ช่องทางติดต่อมายังส่วนบริการประชาชนและประชาสัมพันธ์ติดตั้ง ในที่ทำการกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ วัด และศาสนสถานทุกแห่ง ในจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจากฝ่ายปกครองตลอดจนได้รับอนุญาตจากเจ้าคณะจังหวัดและผู้นำทางศาสนาทุกศาสนาแล้ว

ด้าน นายอัครพันธ์ สัปปพันธ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมหาสารคามได้กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ที่ศาลจังหวัดมหาสารคามไม่อาจให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้แก่ประชาชนในเขตอำนาจได้ เนื่องจากประชาชนไม่มาศาล ทั้งด้วยความไม่รู้และส่วนหนึ่งเกิดจากการกลัวการมาศาล ซึ่งในทุกชุมชนและศาสนสถานตลอดจนนักเรียนนักศึกษาที่ศาลได้อบรมความรู้ให้ไปแล้วล้วนแต่มีบุคลากรที่มีศักยภาพในการสร้างความรับรู้เกี่ยวกับสิทธิต่างๆ ที่จะได้รับจากการไปศาลให้แก่ประชาชนได้ ปกติแล้วในคดีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาล ก็จะทำให้คดีเสร็จจากศาลไปได้โดยง่าย แต่คำพิพากษาหรือคำสั่งจากเหตุดังกล่าวน่าจะเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ห่างไกลจากความเป็นธรรม การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมาศาล แม้จะทำให้เกิดขั้นตอนในกระบวนการพิจารณามากขึ้น ศาลทำงานยากขึ้น ทำให้ตัวเลขสถิติคดีค้างพิจารณาของศาลมากขึ้น แต่เมื่อเทียบกับการที่ศาลมีโอกาสในการคุ้มครองสิทธิให้แก่ประชาชนมากขึ้นก็ถือคุ้มค่า

Advertisement