“ผู้ช่วยประจวบ “สั่งเปิดยุทธการ”พิทักษ์ประชา ปราบยาเสพติด 1/66” ตรวจค้น 91 เป้าหมาย จับยึดยาเสพติด-อาวุธปืน
เมื่อวันที่ 12 มกราคม พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. เปิดเผยว่าตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ ทั้งการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทำลายและตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติด ทั้งรายใหญ่และรายย่อย ขยายผล ยึดและอายัดทรัพย์สินให้ได้มากที่สุด รวมทั้งการสกัดกั้นลำเลียงยาเสพติดเข้าสู้ประเทศไทย และการส่งออกจากประเทศในผ่านระบบขนส่งพัสดุภัณฑ์ ไปรษณีย์ และระบบโลจิสติกส์ทุกรูปแบบ ทาง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จึงมีนโยบายให้ดำเนินการปราบปรามทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดทุกระดับ และเพิ่มความเข้มในการทำลายเครือข่ายผู้ค้ารายย่อยในระดับชุมชนอย่างจริงจัง สืบสวนจับกุมผู้ค้ารายย่อยในชุนชน ขยายผลไปสู่การจับกุมเครือข่ายผู้ค้ารายสำคัญ และหากมีการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ให้ทุกหน่วยดำเนินการขยายผล จับกุม ยึด อายัดทรัพย์สินเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดทุกราย โดยดำเนินการสืบสวนและวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางการเงินเพื่อหาความเชื่อมโยงเครือข่ายการค้ายาเสพติด เพื่อกำหนดเป้าหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนจับกุมทำลายเครือข่ายผู้ค้ารายกลางและรายย่อยในพื้นที่ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.ประจวบ ขับเคลื่อนการปฏิบัติควบคุมกำกับดูแลและสั่งการให้สืบสวนขยายผลคดีรายสำคัญของตำรวจภูธรภาค 5 หลังจากเมื่อวันที่ 28 ก.ย.65 จับกุมผู้ต้องหา 5 คน พร้อมของกลางรถยนต์ 3 คัน ยาบ้า 1.5 ล้านเม็ด ในพื้นที่ จว.เชียงใหม่ จากนั้นจึงสืบสวนขยายผลและวิเคราะห์ข้อมูลทางโทรศัพท์และเส้นทางการเงินทราบว่ามีเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับตัวการสำคัญ เครือข่ายผู้ค้าระดับกลางและรายย่อยในชุมชน กระจายตัวอยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ จึงได้กำหนด เปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์ประชาปราบยาเสพติด 1/66” เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมาปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 91 จุด พร้อมกันทั่วประเทศ ในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, สิงห์บุรี, สระบุรี, ลพบุรี, เชียงใหม่, นครสวรรค์, นครปฐม, สมุทรสงคราม, กาญจนบุรี, เพชรบุรี, และ สุพรรณบุรี โดยมีเป้าหมายจับ 10 หมายจับ ผลการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา 20 คดี 21 ราย จับกุมตามหมายจับ 3 ราย ตรวจยึดยาเสพติด ยาบ้า 4,207 เม็ด, เคตามีน 3.63 กรัม และเห็ดขี้ควายแห้ง 797.8 กรัม ตรวจยึด เงินสด 8,800 บาท, รถยนต์ 3 คัน, ทองคำ 1 บาท, รถจักรยานยนต์ 1 คัน, อาวุธปืน 6 กระบอก, กระสุน 139 นัด โทรศัพท์มือถือ 17 เครื่อง และ สมุดบัญชีเงินฝาก 50 เล่ม อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมมูลค่าทรัพย์สิน 490,190 บาท
พล.ต.ท.ประจวบ ผู้ควบคุมการเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้ กล่าวหลังการเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ว่าสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตัดวงจรการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนให้ได้รวมทั้งให้นำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาไปวิเคราะห์ หากพบผู้ค้ารายใหม่ให้ทำการขยายผลอย่างต่อเนื่อง ให้ทราบถึงขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อนำเข้าสู่การดำเนินการตามกฎหมายและกระบวนการบำบัดฟื้นฟู ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องในการขยายผลและทำลายเครือข่ายยาเสพติดทุกเครือข่ายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงการยึดอายัดทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด หากประชาชนที่พบเห็นความผิดปกติ หรือมีเบาะแสของขบวนการค้ายาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ซึ่งข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกปิดเป็นความลับ มีการบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดบรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

