ปชช.ลงนามถวายพระพร ‘พระองค์ภาฯ’ ยกย่อง ทรงเป็นแบบอย่างของความกตัญญู
ตามที่ สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร โดยทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และเปิดลงนามถวายพระพร ระหว่างเวลา 08.00-16.00 น. ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไม่เว้นวันหยุดราชการ จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2566 แต่สามารถลงนามถวายพระพรผ่านระบบช่องทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ https://wellwishes.royaloffice.th ได้ทุกวันนั้น

เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีหน่วยงาน องค์กร คณะบุคคล และประชาชนจากทุกสารทิศ เดินทางมาลงนามถวายพระพรและนำแจกันดอกไม้มาถวาย เบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อขอให้พระองค์มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ว อาทิ นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย, นายไกรสร อ่อนคำ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสระบุรี,

พลอากาศตรี ชัยเลิศ เสวกสุริยวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนิรภัยทหารอากาศ, รศ.ดร.นิยารินทร์ สกุลภัทร์เตชิน นายกสมาคมคนต้นคิดเพื่อสังคมไทย, ศาสนาจารย์ ดร.บุญรัตน์ บัวเย็น ประธานสภาคริสตจักรในประเทศไทย, นางวนิดา ดุละลัมพะ ผู้อำนวยการสายพัฒนาอาชีพ มูลนิธิสายใจไทย, รศ.ดร.อัญณิฐา ดิษฐานนท์ ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นางสาวสุธิสา ปัญญาเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนโชคชัยหทัยราษฎร์, กิ่งกาชาดอำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์, มูลนิธิส่งเสริมเศรษฐกิจชนบทและพัฒนาสิ่งแวดล้อม,
คณะพระสงฆ์ ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ที่ได้อุปสมบทถวายเป็นพระกุศล จำนวน 41 รูป ณ วัดระฆังโฆสิตารามฯ ระหว่างวันที่ 4-14 มกราคม 2566, นายบูรณันต์ ชุมรักษ์ ชมรมครูอาวุโส จังหวัดภูเก็ต, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุจิต บุญบงการ นายกสภามหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จ.สงขลา, นางศิริรัตน์ อายุวัฒน์ มูลนิธิสงเคราะห์และพัฒนาเด็ก ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, อาสากาชาดรุ่น 1/65 เป็นต้น

ขณะที่บรรยากาศประชาชนมาลงนามถวายพระพร หลายคนตั้งใจมาปักหลักเฝ้าถวายกำลังใจ อีกส่วนตั้งใจเดินทางมาลงนามถวายพระพรและเดินทางกลับ

นางสาวกัณจนา มาลัยทอง อายุ 67 ปี มาจากย่านสุทธิสาร กรุงเทพฯ มาลงนามถวายพระพรอยู่ตลอด และทุกครั้งจะปักหลักเฝ้าถวายกำลังใจพระองค์ภาฯ ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ กล่าวว่า จากนี้จะเดินทางมาลงนามต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 มกราคมที่ปิดลงนามถวายพระพรที่โรงพยาบาลจุฬาฯ หลังจากนั้นจะอยู่บ้านสวดมนต์ถวายพระพรถึงพระองค์ และลงนามถวายพระพรออนไลน์แทน อีกทั้งได้คุยกับเพื่อนๆ ที่มาเฝ้า ก็จะถอนตัวไปถวายกำลังใจพระองค์ที่บ้านเช่นกัน
นางสาวกัณจนา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับไปอยู่บ้าน ก็รู้สึกเป็นห่วงพระองค์ และหากมีข่าวว่าในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ จะเสด็จฯมา จะเดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จ

ขณะที่ นางกชามาศ มนุศาทิป อายุ 60 ปี แม่บ้าน เดินทางมาจากย่านยานนาวา กรุงเทพฯ มาลงนามถวายพระพรเป็นประจำเช่นกัน เปิดเผยว่า ตัวดิฉันจะอยู่บ้านไป สวดมนต์ และลงนามถวายพระพรทางออนไลน์เช่นกัน
“ประทับใจพระองค์ภาฯ ทรงเป็นกันเองกับประชาชน อย่างครั้งหนึ่งโดยเสด็จตามในหลวง พระราชินี ครั้งนั้นมีประชาชนยื่นผ้าให้ในหลวงทรงเหยียบ พระองค์ก็ทรงหยิบผ้านั้นไปให้ในหลวงทรงเหยียบแล้วนำกลับมาคืน ประชาชนอีกคนขอให้พระองค์ทรงเหยียบบ้าง แต่ทรงไม่เหยียบ ทรงเอาพระหัตถ์วางแทน สร้างความประทับใจอย่างมาก อีกทั้งพระองค์ทรงงานเยอะ ทั้งบทบาทอัยการ พระราชทานความช่วยเหลือผ่านโครงการเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก สภากาชาดไทย และที่สำคัญทรงดูแลพระมารดาดีมาก ทรงเป็นแบบอย่างของความกตัญญู” นางกชามาศกล่าว


