อนุทิน เผย เตรียมจุดฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ นทท. ยัน มีในมือ 20 ล้านโดสเพียงพอสำหรับทุกคน

12.01.23 | 14:39 น.

คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบมาตรการรองรับนทท.ต่างชาติ แนะทำประกันสุขภาพกรณีต้องตรวจโควิด-19 ก่อนกลับ พร้อม เตรียมจุดฉีดวัคซีนให้ต่างชาติ “แอสตร้าฯ-ไฟเซอร์” โดสละ 1,380 บาท

เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 ว่า ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา สถานการณ์เดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวจากจีนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับมาตรการต่างๆ เนื่องจากไม่มี ศบค. การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อจึงกลับมาอยู่ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ซึ่งวันนี้ได้เห็นชอบมาตรการรองรับการเดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 มี 3 เรื่องย่อย คือ 1.มาตรการด้านสาธารณสุข ในการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ เช่น เฝ้าระวังโรคกลุ่มผู้เดินทางที่มีอาการทางเดินหายใจให้ได้รับการตรวจด้วย ATK/PCR ตรวจสายพันธุ์ของเชื้อโควิด และในน้ำเสียจากเครื่องบิน การรายงานผ่านเว็บไซต์กรมควบคุมโรค

2.แนวทางการทำประกันภัยสำหรับนักท่องเที่ยวผู้เดินทางจากประเทศที่กำหนดให้ขากลับต้องมีผลตรวจ RT-PCR คือ จีนและอินเดีย มีวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมตลอดช่วงระยะเวลาที่อยู่ในไทยและบวกเพิ่มอีก 7 วัน กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทย (เงื่อนไขตามที่กำหนด) สำหรับผู้มาประกอบภารกิจ ลูกเรือ นักเรียน อาจใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงานเจ้าภาพหรือเอกสารแสดงถึงการมีประกันรูปแบบอื่นรับรองแทน โดยเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อจะสุ่มตรวจเอกสารรับรองประกันสุขภาพ หากไม่มีผู้นั้นจะต้องซื้อประกันสุขภาพก่อนเข้าเมือง และ 3.แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว เน้นรับวัคซีนโควิดครบ 4 เข็ม

นายอนุทิน กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังเห็นชอบการให้บริการวัคซีนโควิดในชาวต่างชาติตามความสมัครใจ คิดค่าบริการที่เหมาะสม โดยจะเป็นวัคซีนที่รัฐบาลไทยจัดซื้อมาเท่านั้น โดยระยะนำร่องมีจุดบริการวัคซีน ดังนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้แก่ สถาบันโรคผิวหนัง รพ.นพรัตนราชธานี รพ.เลิดสิน รพ.ราชวิถี ศูนย์การแพทย์บางรัก สถาบันบำราศนราดูร และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง, เชียงใหม่ ได้แก่ รพ.ประสาทเชียงใหม่, ชลบุรี ที่ศูนย์พัทยารักษ์ และภูเก็ต หน่วยบริการที่ดำเนินการโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ภูเก็ต ทั้งนี้ การบริหารจัดการวัคซีนให้คำนึงถึงปริมาณวัคซีนคงคลังที่จะไม่กระทบกับคนไทย จัดสรรให้คนไทยเป็นลำดับแรก และยังเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการป้องกันควบคุมโรคโควิด รองรับการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อให้มีกลไกการจัดการด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการอย่างบูรณาการ มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด มีการประสานงานมาตรการที่ใช้กับผู้เดินทางอย่างไร้รอยต่อ มีปลัด สธ.เป็นประธาน เปรียบเสมือน ศปก.ศบค.ที่จะกลั่นกรองมาตรการก่อนเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อฯ

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การเฝ้าระวังผู้เดินทางจากต่างประเทศที่มีอาการทางเดินหายใจ จะมีระบบสแกนโดยให้สายการบินช่วยสื่อสารข้อมูลหากมีอาการไม่สบาย เจ็บไข้ได้ป่วย อาการคล้ายโควิด ให้สามารถตรวจ เรามีห้องแล็บที่ด่านควบคุมโรคที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะตรวจให้ฟรีว่าเป็นโควิดหรือไม่ และเก็บตัวอย่างส่งตรวจสายพันธุ์ สำหรับวัคซีนโควิด ในปี 2566 จะเน้นฉีดบูสเตอร์ในกลุ่มเสี่ยง 608 ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน โดยวัคซีนที่เตรียมไว้มากกว่า 20 ล้านโดสเพียงพอสำหรับคนไทย และพอให้ต่างชาติที่ประสงค์จะเข้ารับบริการ เพราะส่วนใหญ่จะฉีดวัคซีนมาแล้ว ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำรวจพบว่ามีส่วนหนึ่งสนใจฉีด แต่ยังไม่รู้จำนวน เราเตรียมไว้ระดับหนึ่งที่เพียงพอ ค่าบริการรวมวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 1,180 บาทต่อเข็ม และไฟเซอร์ 1,380 บาท สำหรับเรื่องประกันสุขภาพของผู้เดินทาง อยากให้มีจำนวนวันที่เหมาะสมให้ครอบคลุมเพิ่มอีก 7 วัน และวงเงินคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทราบว่ามีประกันของต่างประเทศที่ครอบคลุมอยู่แล้ว ส่วนประกันของบริษัทคนไทยเราอยากให้มีการทำแพคเกจเพื่อเวลาทำวีซ่าก็จะได้มีบริษัทของคนไทยให้เลือก ซึ่งสามารถซื้อผ่านออนไลน์ได้ ซึ่งขณะนี้มี 4 กรมธรรม์ที่ออกไปก่อนหน้านี้และครอบคลุมรายละเอียดตามนี้ แต่แพคเกจชุดใหม่ที่จะออกก็ขอให้คุ้มครองมากขึ้น โดยวันนี้ได้เชิญสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และบริษัทมานำเสนอ โดยระบุว่าขอไปศึกษาเพิ่มเติม เช่น อัตราการติดเชื้อ อัตราการทดแทนต่างๆ

Advertisement