นักธุรกิจ แจงทรัพย์สินหายในฟิตเนส 10 ล้านมีอะไรบ้าง? ยันใช้ในชีวิตประจำวัน ตร.ไม่นิ่งนอนใจ

12.01.23 | 15:01 น.

นักธุรกิจ เปิดทรัพย์สินหายในฟิตเนส 10 ล้านมีอะไรบ้าง ยืนยันเป็นสิ่งที่ใส่และใช้ประจำวัน ไม่ได้ตั้งราคาเกินจริง ตร.แจงไม่นิ่งนอนใจ เร่งหาตัวคนร้าย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 มกราคม ที่ สภ.เมืองนนทบุรี นายสาธิต อายุ 35 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อให้สอบปากคำเพิ่มเติม จากกรณีที่เมื่อวันที่ 10 มกราคม เวลา 18.00 น.นายสาธิต ได้ไปออกกำลังกายที่ฟิสเนสแห่งหนึ่ง ภายในห้าสรรพสินค้าชื่อดังย่านถนนงามวงศ์วาน อ.เมืองนนทบุรี และทรัพย์สินส่วนตัวที่เก็บไว้ภายในตู้ล็อคเกอร์ของฟิสเนสได้ สูญหายเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

นายสาธิต ให้ปากคำว่า ได้เดินทางไปออกกำลังกายที่ฟิสเน็ตแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ชั้น 15 ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านงามวงศ์วาน โดยก่อนไปออกกำลังกายผู้แจ้งได้เก็บทรัพย์สินส่วนตัวของผู้แจ้งไว้ในตู้ล็อกเกอร์ ชั้น 15 จากนั้นก็ไปออกกำลังกายประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อกลับมายังตู้ล็อกเกอร์ที่เก็บทรัพย์สินไว้พบว่ามีทรัพย์สินดังกล่าวได้ “หายไปทั้งหมด”

โดยแจ้งว่า ทรัพย์สินที่สูญหายไป ประกอบด้วย

  • 1.นาฬิกา ยี่ห้อ โรเล็ต daydate หน้าปัด 40 มิล. สีแดงเลือดหมูอยู่ด้านใน จำนวน 1 เรือน ราคาประมาณ 1,000,000 บาท
  • 2.เลสข้อมือทองคำฝังเพชร จำนวน 1 เส้น ราคาประมาณ 1,500,000 บาท
  • 3.แหวนทองคำฝังเพชรชุบเป็นทองคำขาว จำนวน 1 วง ราคาประมาณ 1,000,000 บาท
  • 4.สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น ราคาประมาณ 90,000 บาท
  • 5.พระเครื่องเลี่ยมทอง 3 องค์ มีพระสมเด็จวัดระฆังเลี่ยมทอง 1 องค์, ครุฑเลี่ยมทอง 1 ตัว, หลวงพ่อโตเลี่ยมทอง 1 องค์ ราคาประมาณ 1,000,000 บาท
  • 6.เสื้อเชิ้ตแขนยาว สีน้ำเงินคราม 1 ตัว ราคาประมาณ 1,000 บาท
  • 7.กางเกงขายาวสีเทา 1 ตัว ราคาประมาณ 1,000 บาท
  • 8.เข็มขัดหนัง Hermes ราคาประมาณ 30,000 บาท
  • 9.กุญแจรีโมทรถยนต์ ยี่ห้อ BMW จำนวน 1 ดอก ราคาประมาณ 20,000 บาท
  • 10.พวงกุญแจหลุยส์วิตตอง 1 พวง ราคาประมาณ 10,000 บาท
  • 11. กระเป๋าออกกำลังกาย ยี่ห้อ Under armour ราคาประมาณ 1,000 บาท

โดยไม่ทราบว่าคนร้ายใคร เนื่องจากช่วงเกิดเหตุผู้แจ้งไม่เห็นเหตุการณ์กุญแจที่ล็อกตู้เก็บทรัพย์สินดังกล่าวก็ยังคงอยู่กับผู้แจ้ง จึงเชื่อว่าคนร้ายจะต้องมีกุญแจสำรองจึงสามารถไขตู้ปลดล็อกได้ หลังเกิดเหตุจึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายสาธิต ยังกล่าวอีกว่า วันนี้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ติดตามตัวคนร้าย ซึ่งตนเป็นสมาชิกของฟิตเนสแห่งนี้ หลังเลิกงานจะไปออกกำลังกายเกือบทุกวัน ใกล้สาขาไหนก็เข้าไปออกกำลังกายที่นั่น แต่สาขานี้จะเข้าบ่อยสุด และติดว่าฟิตเนสระดับนี้น่าจะมีความปลอดภัย

Advertisement

ส่วนทรัพย์สินที่หายไปเป็นเครื่องประดับที่ตนใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ซึ่งทรัพย์สินเหล่านั้นตนยืนยันว่าราคาเป็นตามที่ตนให้ข้อมูลจริง โดยตนมีภาพทรัพย์สินที่ตนใส่ยืนยัน ไม่ได้ตั้งราคามาเกินจริง

วงจรปิดขณะผู้เสียหายขึ้นลิฟต์ไปใช้บริการ ก่อนทรัพย์สินจะหายไป

หลังเกิดเหตุตนได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ฟิตเนสทราบ แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ ตนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ ซึ่งทางฟิตเนสเขาต้องหมายจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนถึงจะให้เข้า ตนจึงต้องเดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เมืงนนทบุรี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ถึงจะเข้าไปเก็บหลักฐานได้ จากการตรวจสอบทั่วฟิตเนสมีกล้องวงจรปิดเกือบทุกจุดยกเว้นในห้องล็อคเกอร์ เพราะเป็นส่วนตัว ซึ่งตรงทางเข้าห้องล็อคเกอร์จะมีกล้องสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเข้าออกบ้าง ซึ่งตอนนี้ทางด้านคดีตนก็กำลังติดตามความคืบหน้าอยู่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กำลังตรวจสอบสถานที่ กล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ ผู้เสียหายยังได้ไล่เรียง ไทม์ไลน์โดยละเอียด ระบุว่า วันที่เกิดเหตุตนไปถึงที่ฟิตเนสประมาณ 6 โมง เช็คอิน เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดออกกำลังกาย และเก็บของตามปกติ เสร็จแล้วลงไปออกกำลังกายประมาณ 2 ชม. หลังจากนั้นขึ้นมาเอาผ้ามาเช็ดหน้าและกำลังจะอาบน้ำ เปิดล็อกเกอร์มาโล่ง เลยคิดว่าเปิดผิดตู้ เลยเปิดใหม่ดู หลังจากนั้นตนวิ่งลงไปเพื่อแจ้งกับฟิตเนสว่าของหายหมดเลย

ทางฟิตเนสบอกว่าจะช่วยดูกล้องให้ เลยบอกขออนุญาตโทรแจ้งความ ตรงห้องน้ำมันไม่มีกล้องวงจรปิด จะมีแค่บริเวณทางเข้า จะเห็นได้แค่ว่าใครเข้า-ออก หลังจากตนโทรไปแจ้งความตำรวจสายตรวจก็มาที่เกิดเหตุ แต่ทางฟิตเนสก็ไม่ให้เข้าบอกต้องมีหมายมาก่อน ตอนนั้นประมาณ 3 ทุ่มแล้ว ฟิตเนสปิดประมาณ 4 ทุ่ม ตนเลยโทรหาเพื่อนให้มารับพาตนไปลงบันทึกประจำวันและขอใบไปยื่นกับทางฟิตเนสเพื่อให้ตำรวจเข้าที่เกิดเหตุ ทางฟิตเนสก็ดำเนินการตามขั้นตอนของเขาแต่ตนคิดว่าถ้าทำได้ดีกว่านี้คงไม่มีปัญหา

“ยังมองว่าทางฟิตเนสกันๆบางส่วนอยู่ ทำไมเกิดเรื่องแล้วถึงไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไป ของที่หายมีนาฬิกา มีพระ มีสร้อยพระ เลส แหวน กุญแจรถ เสื้อเชิ้ตทำงานแขนยาว กางเกงสแล็ค แม้กระทั่งกางเกงในก็ยังเอาไป ครีมทาผิว ซึ่งเอาไปหมดเลย ผมกังวลว่าเรื่องมันจะนิ่ง หลังจากที่เกิดเรื่องและมีข่าวออกไปก็มีคนทักมาหาผมว่าเขาก็เคยของหายเป็นผู้เสียหายเหมือนกัน แต่ข่าวมันเงียบไป

ผมก็เป็นผู้เสียหายที่ต้องมาร้องเรียน คือล็อกเกอร์มันต้องมีคีย์การ์ดใส่เข้าไปเพื่อบิดกุญแจออก เอาของเก็บเสร็จก็ไปออกกำลังกาย เข้ามาก็ไขเหมือนเดิม ซึ่งล็อกเกอร์ไม่ได้มีรอยงัดอะไรแต่ของหายไปหมดเลย ไม่อยากจะเดาว่าเป็นคนใน แต่ลักษณะมันคือเอากุญแจไขเอาของไป ไม่ได้เปิดค้างไว้ คือเอาของไปและก็ไขกุญแจล็อคเหมือนเดิม ผมก็คนออกกำลังกาย อยากให้มีความปลอดภัย มีความไว้ใจได้ มันก็ค่อนข้างใจหาย ใช้บริการที่นี่มาเป็นสิบปีแล้ว ระบบการรักษาความปลอดภัยควรจะรัดกุมมากกว่านี้ ลูกค้าที่มาใช้บริการออกกำลังกายจะได้ไม่ระแวงว่าจะมีข้าวของสูญหายระหว่างทำกิจกรรมออกกำลังกายอีกหรือไม่” นายสาธิตกล่าว

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ได้สั่งการ ร.ต.อ.ยงยุทธ สังข์สิริยะกุล รองสว.สอบสวน เชิญตัวนายสาธิต มาที่ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมถึงข้อมูลเชิงลึก

ขณะที่ พ.ต.อ.จาตุรนต์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจจะรีบเร่งดำเนินการสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด จากการสอบสวนเบื้องต้นการกระทำของคนร้ายเข้าข่ายข้อหา ลักทรัพย์